ข้าวราดแกงอินเดีย ถูกและดี ที่ Punjabi Masala Indian Restaurant

425 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
ร้านข้าวราดแกงมังสวิรัติสไตล์ปัญจาบ ร้านลับหูลับตาย่านพาหุรัด อร่อย กินง่ายในราคาย่อมเยา

KRUA.CO พาตะลุยกินอาหารอินเดียแบบ a la carte มาหลายร้านแล้ว ขอเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนมากินข้าวราดแกงสไตล์อินเดียกันดูบ้าง เป็นข้าวราดแกงอินเดียมังสวิรัติสไตล์ปัญจาบ ราคาถูกแสนถูกชื่อว่าร้าน Punjabi Masala Indian Restaurant ย่านพาหุรัด สะพานหัน โลเคชั่นนี่เรียกว่าร้านลับได้เต็มปาก เพราะมันลับหูลับตาคนเหลือเกิน 

บอกก่อนค่ะว่าที่เลือกกินอาหารอินเดียมังสวิรัติ ไม่ใช่เพราะกินมังสวิรัติเป็นชีวิตจิตใจ แต่อยากจะรู้ว่าอาหารมังสวิรัติอินเดียเป็นอย่างไร เพราะอินเดียเป็นประเทศที่กินมังสวิรัติกันเข้มข้นมาก มีคนกินมังฯ มากสุดถึง 40% ของจำนวนประชากรอินเดีย ก็ราวๆ 500 กว่าล้านคน ด้วยเหตุผลหลักมาจากความเชื่อทางศาสนาที่ว่า การละเว้นเนื้อสัตว์คือการรักษากายใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ถึงกระนั้นแต่ละพื้นที่ก็มีความเชื่อแตกต่างกันไปยิบย่อย เช่น บางพื้นที่กินปลาได้ บางพื้นที่กินแกะ แพะได้ หรือละเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิดก็มี และที่เราเลือกปักหมุดมาร้าน Punjabi Masala เพราะได้ยินคำบอกเล่ามาว่าเป็นอาหารมังสวิรัติราคาถูก รสชาติดี เรียกว่าเป็นขวัญใจชาวอินเดียที่ทำงานอยู่ในย่านพาหุรัดนี้เลย  

เดินเข้ามาในซอยที่อยู่ตรงข้ามกับห้างอินเดียเอ็มโพเรียมจะเจอกับร้านคูหาเล็กๆ จุดสังเกตคือหน้าร้านจะมีตู้แช่น้ำสีแดงและป้ายเมนู มองเข้าไปภายในร้านทาสีฟ้าเด่นสะดุดตา (ต้องมองเข้าไปนะคะ) กับภาพบูชาเทพฮินดูต่างๆ ความที่ร้านค่อนข้างเล็กเลยมีโต๊ะให้นั่งเพียง 4  โต๊ะ เดินดุ่มไปดูแกงในหม้อที่ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะหน้าภาพบูชา

มีแกงถั่วสารพัด ผัดกระเจี๊ยบ ผัดมะเขือยาว ผัดมะระขี้นกอย่างอินเดียก็น่ากิน เลยสั่งข้าวราดแกง 2-3 อย่าง ในราคา 50 บาท แต่เขาใจดีตักแถมๆ ให้มาลองชิม และสุ่มสั่งแกงถั่วแบบตักแยกใส่ถ้วย ถ้วยละ 40 บาทมาลองกิน 2 อย่าง แป้งก็มีให้เลือกเยอะอยู่ สั่งเป็นเซต Bhature-Cholay แป้งโรตีกับแกงถั่วโชเล่ ในราคา 50 บาท ทั้งหมดนี้กินกัน 4 คน  

ความดีงามคือถึงจะเป็นแกงหม้อทำไว้คราวละมากๆ ตามไสตล์ข้าวราดแกง แต่ถ้าสั่งกับแยกเป็นถ้วยๆ พี่ทิวาเจ้าของร้านชาวอินเดียจะตักเอาเข้าไปอุ่นในครัว ก่อนเสิร์ฟร้อนๆ มาเต็มโต๊ะ 

เริ่มกันที่ข้าวราดแกงมี Aloo baingan ผัดมะเขือยาวกับมันฝรั่ง มะเขือนุ่มละลายหวานอ่อนๆ จากมะเขือ ออกเค็มนิดๆ มีสีแดงของพริกกับเครื่องเทศอยู่ด้วยแต่แทบไม่รับรู้ถึงความเผ็ด มีเทกเจอร์ของมันฝรั่งแทรกให้ได้เคี้ยว ถัดมาคือ Aloo gobi กะหล่ำดอกผัดมันฝรั่ง ตัวดอกกะหล่ำไม่แน่ใจว่าเอาไปต้มหรือเปล่า เห็นเป็นชิ้นๆ อย่างนี้เคี้ยวแล้วนุ่มละลายไปเลยค่ะ รสชาติเค็มอ่อนเครื่องเทศไม่แรง กินง่ายมาก Daal tadka แกงถั่วเลนทิลซีก รสออกมัน นวลๆ ละมุนหอมเครื่องเทศ คิดว่ากินกับแป้งน่าจะเข้ากว่า เลยหยิบแป้งจาปาตีมาจิ้มดู ตัวน้ำแกงละมุนๆ เข้ากับแป้งจริงๆ 

พอกินกับแป้งแล้วเหมือนเครื่องติด เลยมาที่เมนูแป้งกันต่อในเซต Bhature-Cholay แกงถั่วโชเล่กับแป้งโรตีทอดให้พองกรอบเรียกว่า Bhature กินกันมากทางรัฐปัญจาบ เชตนี้ต้องสั่งค่ะ เพราะพรีเซนต์ความเป็นอาหารปัญจาบตามชื่อร้านเลย

ตัวแป้งทอดมากรอบพองมากแอบไปดูเขาทอดในครัวมาด้วย ผิวกรอบแต่มีสัมผัสให้ได้เคี้ยวบ้างซึ่งเราชอบมาก กินร้อนๆ นี่ฟิน จิ้มกับแกงถั่วโชเล่ให้น้ำชุ่มหน่อยๆ ว่ากันตามจริงคือเราแยกรสชาติบรรดาแกงถั่วแต่ละชนิดไม่ค่อยออก มันมีความคล้ายกัน แค่เปลี่ยนเทกเจอร์ถั่วแล้วก็กลิ่นเฉพาะของถั่วนิดหน่อย อย่างถั่วโชเล่ค่อนข้างเม็ดใหญ่ก็จะได้สัมผัสตอนเคี้ยวนุ่มมันเต็มปากเต็มคำ กินกับแป้งโรตีเข้ากัน มีหอมแขกกับพริกเขียวให้กินคู่ไว้ตัดเลี่ยนรสมันๆ ในราคา 50 บาทนี่ถือว่าคุ้มค่ามาก 

ไม่ว่าจะเป็นแป้งชนิดไหน แผ่นโรตีทอดในน้ำมันมีความนุ่ม เหนียว หรือแป้งนานดาดไฟมา แป้ง Bhature ทอดกรอบๆพองๆ ลองเอามาปาด Palak Paneer แกงผักโขมปั่นใส่ก้อนชีสปานีร์ อื้อหือออ นัว ตัวน้ำแกงข้นครีมมี่ กลมกล่อมสุดละมุนเคี้ยวโดนก้อนชีสแน่นๆ มันๆ เอาแป้งโรตีอะไรก็ได้มาปาด อร่อยยยยย จิ้มๆๆๆๆ กันเพลินโนสนโนแคร์นาทีนี้ต้องการแคลอรีค่ะ

นอกจากแป้งโรตีแบบต่างๆ อีกอย่างที่แนะนำให้ลองสั่งคือ Aloo Pratha เป็นแผ่นแป้งสไตล์ปัญจาบ คนที่นั่นกินเป็นอาหารเช้าเสิร์ฟคู่มากับเนย และชัทนีย์ ทำจากมันฝรั่ง แล้วใส่ผัก เช่น ผักชี พริก หัวหอม เกลือ เครื่องเทศต่างๆ ลงไป ที่ร้านก็มีชัทนีย์ เครื่องจิ้มกลิ่นสะระแหน่ให้เหมือนกันค่ะ แต่เราไม่ชอบจิ้ม ฉีกกินเปล่าๆ ก็ได้รสเค็ม เผ็ด หอมผักชีเครื่องเทศ อร่อยในตัวแล้ว ลองสั่งมาชิมดูนะคะว่าชอบหรือไม่ชอบ แผ่นละ 40 บาท 

กินแป้งจนเพลิน ลืมไปเลยว่ายังมีพระเอกอย่าง Karela ผัดมะระขี้นกแบบอินเดียอยู่ เขาผัดมาแห้งๆ ตัวมะระเอาไปทอดให้กรอบก่อนเอามาผัดกับเครื่องเทศ รสเค็มๆ กลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ และขึ้นชื่อว่ามะระขี้นกจะเอาอะไรมาไม่ขมคะ ยังไงก็ขมแต่ไม่เขียวนะ ขมนิดๆ ให้รู้ว่าฉันเป็นมะระ ความแห้งเค็มหอมขมนิดๆ กินแล้วชุมคอ ฮ่าๆ กินกับข้าวอร่อยเลย กินเล่นก็ยังได้ในกรณีที่ชอบกินมะระเหมือนเรานะคะ 

โดยรวมแล้วรสชาติอาหารมังสวิรัติอินเดียกลมกล่อม เน้นเค็ม มัน หอมเครื่องเทศอ่อนๆ ตัวเครื่องเทศจะไม่แรงมากถ้าเทียบกับแกงที่มีเนื้อสัตว์ที่ต้องประโคมเครื่องเทศลงไปกลบกลิ่น เราเลยคิดว่าอาหารอินเดียมังสวิรัตินี่กินง่ายมากๆ และอร่อยด้วยค่ะ แต่ก็มีอีกหลายชนิดที่เรายังไม่ได้ลอง เพราะมากันแค่ 4 คน กินไม่ไหวจริงๆ อย่าง Curry Pacora แกงถั่วชิกพีโยเกิร์ต พี่เขาบอกว่ามีรสเปรี้ยว สดชื่น แตกต่างจากตัวอื่นๆ อันนี้ก็ไม่ได้ลอง แล้วก็ที่ร้านมี Lassi หรือโยเกิร์ตปั่นไว้บริการด้วย แต่มื้อนี้เราสั่งจาย ชาอินเดียมาดื่มเลยไม่ได้ลองลาซซี่ ตัวชาอินเดียที่นี่รสชาติไม่หวาน มันๆ แล้วก็กลิ่นเครื่องเทศอย่างขิง กระวาน ค่อนข้างแรงอยู่นะคะ ถ้าใครชอบกลิ่นเครื่องเทศชัดๆ ก็โอเคเลย 

ซดชาจายอุ่นๆ ล้างปาก ปิดมื้ออาหารอินเดียมังสวิรัติในราคาย่อมเยากันแบบจุกๆ เป็นผักก็จุกได้นะคะ เพราะฟาดแป้งกันหนักอยู่ ฮา สัญญาว่าไว้ครั้งหน้ามีโอกาสจะมาลองอีกหลายเมนู แล้วก็จะมาซ้ำเมนูในใจที่ชอบด้วยค่ะ 

เวลาเปิด – ปิด: 08:00-19:00 น. 

Google Map: https://goo.gl/maps/uaXhLTe2a52oqi6AA
โทร. 02 623 7639

อ่านบทความเพิ่มเติม

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS