เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
35 ลูก
Level
3
ขนม 2 ชนิดนี้มีสูตรแป้งที่คล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันที่อัตราส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เราเลยปรับสูตรแป้งให้เหมือนกันไปเลย เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการทำ สำหรับคนที่อยากทำขาย อยากใช้แป้งเดียวกัน แต่อยากเปลี่ยนเพียงไส้ด้านในก็สามารถทำสูตรนี้ได้เลย
INGREDIENTS
น้ำตาลทรายขาว
50 กรัม
น้ำ
25 กรัม
เกลือป่น
1/4 ช้อนชา
งาขาวสำหรับคลุก
ใบเตยหั่นท่อนและน้ำมันพืชสำหรับทอด
แป้งข้าวเหนียว
360 กรัม
แป้งข้าวเจ้า
40 กรัม
ผงฟู
2 ช้อนชา
น้ำร้อน
240 กรัม
น้ำตาลทรายขาว
80 กรัม
เกลือป่น
1 ช้อนชา
น้ำมันพืช
50 กรัม
รากผักชี
3 ราก
กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก
20 กลีบ
พริกไทยขาวเม็ด
1 ช้อนชา
น้ำมันพืช
1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกบดละเอียด
200 กรัม
น้ำตาลทรายขาว
30 กรัม
เกลือป่น
3/4 ช้อนชา
น้ำ
1/2 ถ้วย
หัวกะทิ
100 กรัม
ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกบดละเอียด
200 กรัม
น้ำตาลทรายขาว
50 กรัม
เกลือป่น
1/4 ช้อนชา
METHOD
- ทำแป้งขนมโดยผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้าและผงฟูให้เข้ากัน ผสมน้ำร้อน น้ำตาลทรายและเกลือคนให้น้ำตาลละลาย ใส่ลงในส่วนผสมของแป้ง ตามด้วยน้ำมัน คนเข้าให้เข้ากันพอเข้ากัน จากนั้นใช้มือนวดต่อจนเนียนดี คลุมด้วยพลาสติกแร็ป พักแป้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลา 30 นาที
- ทำไส้เค็มโดยโขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียดดี จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันพอร้อนใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดพอหอมใส่ถั่วเขียวเลาะเปลือก น้ำตาลทรายและเกลือ ผัดทุกอย่างให้เข้ากันดี เติมน้ำลงไป ให้มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อน ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 15 กรัม ทำจนหมดพักไว้
- ทำไส้หวานโดยตั้งกระทะกะทิบนไฟอ่อน ใส่ถั่วเขียวเลาะเปลือก คนจนกะทิงวด จากนั้นใส่น้ำตาลและเกลือ กวนจนเนื้อถั่วเนียนดีและสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น ปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 15 กรัม ทำจนหมดพักไว้
- นำแป้งที่พักไว้มาแบ่งครึ่ง ครึ่งนึงมาปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 20 กรัม กดให้เป็นแผ่นกลมๆ ใส่ไส้เค็มลงตรงกลาง หุ้มแป้งขึ้นมาปิดให้มิดไส้ ทำจนไส้หมด นำแป้งอีกครึ่งนึงที่เหลือมาห่อไส้หวาน ทำแบบเดียวกันกับไส้เค็ม แล้วคลุกงาขาวให้ทั่วรอบนอก
- ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลางค่อนอ่อน ใส่ใบเตย พอน้ำมันเริ่มร้อนนำขนมลงทอด (ทอดทีละไส้) รอให้ผิวขนมเริ่มสุกเล็กน้อยใช้กระชอน ค่อยๆเขี่ยให้ขนมไม่ติดกัน ระหว่างทอดให้ใช้กระชอนคนอยู่ตลอด เพื่อให้ขนมสีสวยทั่วกันดี จนสีเหลืองสวยและแป้งพองขึ้น ตักขึ้นพักบนตะแกรง
- นำขนมไข่หงส์(ไส้เค็ม)ที่ทอดเสร็จแล้ว มาเคลือบน้ำตาลโดยให้โดยใส่น้ำตาลทราย น้ำ และเกลือลงในกระทะ คนให้น้ำตาลละลายและข้นเหนียว ใส่ขนมไข่หงส์ที่พักไว้ลงไป คนให้น้ำเชื่อมเคลือบดี ปิดไฟ ใช้ตะหลิวคนจนน้ำตาลขึ้นเป็นเกล็ดเคลือบขนมทั่วดี
- นำขนมไข่หงส์และขนมอีตุยจัดลงใส่จาน เสิร์ฟ
วิธีเตรียมถั่วเขียวเลาะเปลือก
- ล้างทำความสะอาดและแช่ถั่วเขียวเลาะเปลือก อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
- สะเด็ดน้ำบนตะแกรง ตังหม้อลังถึงรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่ถั่วเขียวเลาะเปลือกลงไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที หรือจนกว่าถั่วจะสุก
- นำถั่วเขียวเลาะเปลือกที่นึ่งสุกแล้ว ไปปั่นในเครื่องปั่น ให้ละเอียด
https://krua.co/cooking_post/kanomkaitao_kainokkata_kaihong/
Gallery



















Tags:
Recommended Articles

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี
Recommended Videos