
มันทิพย์ 3 สี 3 รสชาติ ปิ้งใหม่ๆ หอมๆ ร้อนๆ ใครเห็นก็อยากซื้อ
‘ขนมมันทิพย์’ คือเมนูที่ค่อนข้างหากินได้ยากแล้ว ถ้าเทียบกับร้านกล้วยทอดหรือขนมไข่เต่า/ไข่นกกระทา ถือว่ายังเป็นขนมที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก อาจจะเพราะเป็นเมนูที่กินแล้วค่อนข้างอิ่ม ไม่เหมือนขนมกินเล่นหลังมื้ออาหารอย่างกล้วยทอดหรือไข่เต่า/ไข่นกกระทา ความรู้สึกของผู้เขียนเวลาอยากกินขนมชนิดนี้คือเพื่อหาอะไรกินที่พอทำให้หายหิวก่อนหรือกินรองท้อง เลยทำให้ขนมมันทิพย์ที่แม้จะได้ชื่อว่าขนมแต่จริงๆ แล้ว คนมักกินเป็นมื้อรองท้อง หรือถ้าใครอยากกินมื้อเบาๆ อย่างมื้อเช้า ก็จะเลือกกินขนมมันทิพย์แทนข้าวไปเลย

การที่ขนมชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าขนมไทยอื่นๆ อีกสาเหตุหนึ่งอาจจะเพราะมีรสชาติและหน้าตาไม่หวือหวา ถ่ายรูปอวดลงโซเชียลเด็กรุ่นใหม่ก็อาจไม่เก็ตว่ามันคือขนมอะไร ด้วยความที่ขนมมันทิพย์ไม่ใช่ขนมที่มีรสหวานจัด จะเป็นของหวานที่หวานจัดก็ไม่ใช่ จะเป็นของคาวก็ไม่เชิง จะกินแทนมื้ออาหารใหญ่ๆ เอาอิ่มแปล้ก็อาจจะต้องกินเข้าไปมากสักหน่อย
แต่ด้วยความที่รสชาติไม่หวือหวาเนี่ยแหละ สามารถกลายเป็นเสน่ห์ของขนมชนิดนี้ได้ เพราะรสชาติของขนมมันทิพย์จะเน้นไปที่รสชาติจากวัตถุดิบที่เราใช้ ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรเยอะ ความหอมของการย่างถ่าน ความมันของตัวมันสำปะหลัง และความหวานเล็กน้อยของน้ำเชื่อมกะทิ เชื่อว่าถ้าใครที่ได้กินซัก 1 ครั้ง อาจจะหลงรักตลอดไป เลยอยากเชิญชวนทั้งพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่อยากหาเมนูขนมไทยขาย ให้ลองเอาสูตรนี้ไปลองทำขายดู และขอชวนชาวครัวที่ไม่เคยกินขนมชนิดนี้ เมื่อไหร่เจอแผงขายขนมมันทิพย์ อยากให้พุ่งตัวเข้าไปซื้อ รับประกันว่าคุณจะไม่ผิดหวัง

ขนมมันทิพย์มีส่วนผสมไม่เยอะ วิธีการไม่ซับซ้อน แต่ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ขอบอกเลยว่ากำไรดีมาก เพราะ พวกมันสำปะหลัง เผือก หรือมันม่วง ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่มีผลผลิตตลอดปี หาได้ตามตลาดขายส่ง แต่ขนมชนิดนี้ ต้องเน้นขายในปริมาณที่มาก เพราะขายได้ในราคาต่อชิ้นถูก ไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปถ้าเราขายได้ในปริมาณที่น้อย สำหรับใครที่สนใจอยากขายขนมชนิดนี้ ต้องมั่นใจในทำเลว่ามีลูกค้าพลุกพล่าน มีโอกาสที่จะขายดี ขายได้ 200-300 ลูกต่อวัน
เราจะเริ่มจากการเตรียมมันสำปะหลังก่อน โดยสูตรวันนี้จะใช้มันสำปะหลังพันธุ์ 5 นาที (เพราะมีความมัน อร่อย แต่ข้อเสียคือถ้าเจอมันแก่จะมีเสี้ยนค่อนข้างเยอะ) นำมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วค่อยไปตั้งลังถึงใส่น้ำ ½ ของหม้อ

ใส่ใบเตยมัดปมและข้าวโพดหวานลงในน้ำ จากนั้นวางซึ้งลงบนหม้อ รองผ้าขาวบางนำมันสำปะหลัง มันม่วง และเผือกลงนึ่งจนสุกประมาณ 30 นาที เช็คความสุกด้วยการนำไม้ปลายแหลมจิ้ม ถ้าสามารถจิ้มลงไปได้ง่ายและดึงไม้ออกมาได้ง่าย สังเกตที่เนื้อมันนุ่ม ซุย แปลว่าสุกแล้ว

นำข้าวโพดออกมาน็อคในน้ำเย็น พักไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นทำมันทิพย์ไปทีละสี เตรียมน้ำเชื่อมโดยใส่หัวกะทิ น้ำตาลทรายขาว เกลือ และใบเตย ลงในหม้อตั้งบนไฟกลาง ต้มจนน้ำตาลละลายพอเดือด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็นแล้วหยิบใบเตยออก (ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน) พักไว้ให้หายร้อน

จากนั้นค่อยนำส่วนผสมของมันทิพย์รสมันสำปะหลัง ออกจากลังถึงใส่อ่างผสม ใช้ที่บดหรือส้อมบดให้มันมีลักษณะร่วน ซุย (ระหว่างบด ถ้าเจอเสี้ยนมันใหญ่ๆ สามารถหยิบออกได้ และควรบดในขณะที่ส่วนผสมยังมีความร้อนอยู่เพื่อง่ายต่อการบด) ค่อยๆ ใส่น้ำเชื่อมกะทิที่ทำไว้

ฝานข้าวโพดหวาน 1 ฝัก ใส่ลงในอ่างผสม ใช้มือนวดให้ส่วนผสมเข้ากัน ลักษณะที่ได้จะต้องปั้นได้ ไม่ติดมือ และไม่แห้งจนเกินไป พักไว้

จากนั้นทำแบบเดิมแต่ใส่เผือกและมันม่วงในอัตราส่วนเท่าๆ กันของมันสำปะหลัง เช่นถ้าเราใส่มันสำปะหลังไป 300 กรัม ก็ใส่เผือกไป 300 กรัมเช่นกัน โดยน้ำเชื่อมกะทิก็ใช้วิธีการเดียวกัน แต่อัตราส่วนของน้ำตาลและน้ำกะทิจะต่างกันเพราะ เผือกและมันม่วง มีความชื้นและรสหวานที่ต่างกัน ถ้าเราใส่น้ำตาลในปริมาณที่เท่ากันในทุกๆ สูตร อาจจะทำให้รสมันม่วงหวานเกินไป (เพราะมันม่วงมีความหวานกว่ามันสำปะหลัง) หรือจะทำให้รสเผือกแฉะเกินไป เพราะเผือกจะมีน้ำมากกว่า สามารถดูอัตราส่วนของแต่ละรสชาติได้ที่ สูตรมันทิพย์ 3 รส
เมื่อทำครบทั้ง 3 รสแล้ว ค่อยปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดประมาณ 20 กรัม ต่อ 1 ลูก จะได้มันทิพย์ก้อนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป และจะได้มันทิพย์ 3 รสทั้งหมด 150 ลูก ในสูตรนี้ แต่แนะนำสำหรับขายจริงอาจจะต้องเพิ่มสูตรและขายให้ได้ในปริมาณที่มากกว่านี้ถึงจะคุ้มกับค่าแรง

จากนั้นปิ้งมันทิพย์ด้วยเตาถ่านโดยใช้ไฟอ่อนๆ นำมันทิพย์ทั้ง 3 สีลงย่างบนเตาจนผิวเริ่มเกรียม มีสีน้ำตาลอ่อน มีความหอมขึ้น เวลาทำขายให้ทยอยปิ้ง และอันไหนที่ได้ที่แล้วก็อาจจะต้องอังไฟให้พออุ่นๆ เพราะขนมชนิดนี้ ถ้ากินอุ่นๆ จะอร่อยกว่ากินตอนเย็น

สำหรับพ่อค้าแม่ถ้าที่อยากทำขนมมันทิพย์ขาย ต้องคำนวณน้ำหนักมันสำปะหลัง เผือกและมันม่วงดีๆ เพราะเราใช้แค่ส่วนเนื้อ น้ำหนักในสูตรเป็นน้ำหนักที่ชั่งก่อนน้ำไปนึ่งและผ่านการปอกเปลือกมาแล้ว ดังนั้น การคำนวณต้นทุนอาจจะต้องนำควรราคาส่วนเปลือกที่ปอกออกไปด้วย โดยเฉพาะมันสำปะหลังพันธุ์ 5 นาที ซึ่งมีเปลือกค่อนข้างหนา นัำหนักที่หายไปค่อนข้างเยอะ ต้องคำนวณ Yield ดีๆ เพื่อให้ต้นทุนที่แท้จริง
ตารางคำนวณต้นทุน
แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะเราได้มีการคำนวณต้นทุนคร่าวๆ มาให้แล้วว่าราคาที่คิด Yield มาแล้วมันจะประมาณเท่าไหร่ต่อลูก ถ้าขายก็ควรจะขายเท่าไหร่ ต้นทุนนี้รวมค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊ส (คิดเป็น 20% ของต้นทุน) แต่ยังไม่รวมค่าแพ็คเกจ ค่าที่ จากการคำนวณคร่าวๆ เราสามารถขายมันทิพย์เป็นชุดจำนวน 5 ลูก ในราคา 20 บาท ได้เป็นราคาที่เหมาะสม คิดว่าผู้ขายได้กำไรและผู้ซื้อก็ยินดีจ่าย เพราะจากตารางข้างต้น ถ้าอยากได้กำไร 50% ราคาขาย 5 ลูกจะอยู่ที่ 15.12 ถ้ารวมค่าที่ หรือค่าแพ็คเกจ ก็อาจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้น ราคาขายก็จะต้องแพงขึ้นตาม



จากตารางข้างต้นเป็นราคาของสดในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา อยากให้เพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ทำรายการซื้อของราคาในแต่ละช่วงเก็บไว้คำนวณต้นทุนในแต่ละช่วงด้วย เพราะจะได้รู้ต้นทุน กำไร อย่างเป๊ะๆ แบบมือโปร

Contributor
Tags:
Recommended Articles
