เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
3 ปอนด์
Level
3
INGREDIENTS
แป้งเค้ก
15 กรัม
ผงโกโก้
8 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง
16 กรัม
แป้งเค้ก
70 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง
50+50 กรัม
น้ำตาลทรายละเอียด
100 กรัม
ไข่ขาว
330 กรัม
น้ำอุ่น
1 ช้อนโต๊ะ
ครีมออฟทาร์ทาร์
1 ช้อนชา
เกลือป่น
1 ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา
2 ช้อนชา
ดาร์กช็อกโกแลตขูดและสตรอว์เบอร์รีสำหรับตกแต่ง
อุปกรณ์จำเป็น: พิมพ์ปล่องแบบถอดฐานได้ 10 นิ้ว
น้ำตาลทราย
50 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์
20 กรัม
เกลือป่น
1/8 ช้อนชา
นมสดชนิดจืด
400 กรัม
ดาร์กช็อกโกแลต
100 กรัม
กลิ่นวานิลลา
1 ช้อนชา
METHOD
- อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมส่วนที่เป็น chocolate batter โดยร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ น้ำตาลไอซิ่งรวมกัน 2 รอบ พักไว้
- เตรียมส่วนผสม white batter โดยร่อนแป้งเค้กกับน้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม เข้าด้วยกัน 2 รอบ พักไว้ ในอีกอ่างผสมหนึ่ง ผสมน้ำตาลไอซิ่งที่เหลืออีก 50 กรัมและน้ำตาลทรายละเอียดให้เข้ากันในถ้วย เตรียมไว้สำหรับทำเมอร์แรงก์
- ใส่ไข่ขาว และน้ำอุ่นลงในเครื่องตีเค้กหัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วปานกลางจนเริ่มเป็นฟองหยาบๆ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ เกลือป่น เมื่อฟองไข่ขาวเริ่มละเอียดขึ้นจึงใส่ส่วนผสมน้ำตาลทรายและน้ำตาลไอซิ่งทีละช้อน ใส่กลิ่นวานิลลา ตีจนเนื้อไข่ขาวแน่นและตั้งยอดอ่อน
- แบ่งเมอร์แรงก์ ¼ ส่วนออกมาใส่ส่วนผสมโกโก้ในข้อ 2 ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน ส่วนเมอร์แรงก์ที่เหลือนำมาตะล่อมเบาๆให้เข้ากันกับส่วนผสมแป้งเค้กและน้ำตาลไอซิ่งที่ผสมไว้ หลังจากนั้นนำเมอร์แรงก์ทั้งสองส่วนมาผสมเข้ากันอีกทีให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- เทใส่พิมพ์ เกลี่ยให้เรียบ ใช้ไม้ปลายแหลมไล่ฟองอากาศในเนื้อเค้ก นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 35 นาที นำเค้กออกจากเตาอบ คว่ำพิมพ์ไว้บนตะแกรงพักเค้กจนเย็นสนิท (ตะแกรงควรมีระยะสูงจากโต๊ะเพื่อให้อากาศถ่ายเทให้เค้กเย็นลงเร็วขึ้น) เมื่อเค้กเย็นสนิทจึงใช้สปาตูล่าขนาดเล็กหรือมีดแซะรอบพิมพ์ ดันเค้กออกจากพิมพ์และใช้มีดเลาะเค้กให้หลุดออกจากฐานพิมพ์
- ทำซอสพุดดิ้งโดยใส่น้ำตาล แป้ง และเกลือลงในหม้อ ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ค่อยๆใส่นมสด คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางให้ซอสข้น ปิดไฟ ใส่ช็อกโกแลตและกลิ่นวานิลลา คนจนช็อกโกแลตละลาย พักไว้ให้เย็นสนิท นำไปราดหน้าเค้ก ตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลตขูดและสตรอว์เบอร์รีหั่นครึ่ง
หมายเหตุ
- แองเจิลฟู้ดเค้กเป็นเค้กเนื้อไข่ขาว มีเทคนิคพิเศษคือไม่ต้องปูกระดาษไขหรือทาพิมพ์ด้วยเนย เพราะต้องการให้เนื้อเค้กยึดติดกับพิมพ์ เค้กจะได้ไม่หดขณะเย็นตัวลง และเมื่อนำเค้กออกจากเตาจำเป็นต้องคว่ำเอาหน้าเค้กลง มิเช่นนั้นเนื้อเค้กจะยุบและแอ่นลง
อ่านบทความเพิ่มเติม
Gallery



Recommended Articles

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน
Recommended Videos