เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

recipe

ขนมปังฟอคคาเซียสมุนไพร

Recipe by เชฟน่าน

Serves

4-6 คน

Level

3

ทำขนมปังกินเอง จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย เนื่องจากขนมปังมีลักษณะการทำเหมือนขนมอบทั่วไปคือ สัดส่วนต้องเป๊ะ และปัจจัยในการทำให้เนื้อนุ่มผิวนอกมีครัสต์กรอบดั่งใจนั้นมีมากมายนัก แถมต้องอาศัยเวลาอดทนรอคอยให้แป้งขนมปังได้ที่ก่อนจึงจะนำอบ และเมื่ออบเสร็จแล้วจะกินทันทีก็ไม่ได้ ถ้าจะให้อร่อยต้องพักไว้ซักหน่อย เพื่อให้แป้งขนมปังที่อบเสร็จแล้วเบาฟูดี ไม่แฉะติดกันผมเลือกทำขนมปังอิตาเลียนชื่อแปลก “ฟอคคาเซีย” เนื่องจากเป็นขนมปังสมุนไพรและชุ่มด้วยน้ำมันมะกอกดั้งเดิมจะใส่โรสแมรีเป็นสมุนไพรสดชูโรง แต่ผมว่าเครื่องเทศของไทยก็ไม่แพ้นะ ทั้งหอม ทั้งจัดจ้าน รสสัมผัสก็น่าจะดีกว่า ผมเลยเลือกใช้สมุนไพรไทยจำพวกกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด แทนแถมยังหาง่าย ราคาถูก รับรองว่าพออบมาแล้วหอมมากๆ ก่อนอื่นมาดูกันว่าส่วนผสมของขนมปังที่สำคัญนั้นได้แก่อะไรบ้าง 1. แป้งขนมปัง จะเป็นแบบฟอกขาว ไม่ฟอกขาว เนื้อหยาบ เนื้อละเอียด ก็สุดแล้วแต่ชนิดของขนมปังนั้น ซึ่งทำให้คุณสมบัติของมันไม่เหมือนกันบางชนิดมีเนื้อนุ่มเบา บางชนิดมีเนื้อหยาบแข็ง 2. ยีสต์เป็นเชื้อราที่ทำให้เนื้อขนมปังขึ้นฟู โดยอาหารของยีสต์คือน้ำตาลในแป้ง หรือบางครั้งเราก็ใส่น้ำตาลเพื่อเป็นอาหารเสริมให้กับยีสต์เหมือนกัน เมื่อยีสต์กินน้ำตาลแล้วจะทำการย่อยและปล่อยฟองอากาศเล็กๆออกมา ทำให้ขนมปังของเรานุ่มฟูนั่นเอง 3. ของเหลว จำพวกน้ำ น้ำมัน เพื่อให้แป้งขนมปังของเราจับตัวกันดี

INGREDIENTS

น้ำอุ่น

325 มิลลิลิตร

น้ำตาลทรายขาว

1 ช้อนโต๊ะ

ยีสต์ผง

7 กรัม

แป้งขนมปัง

500 กรัม

เกลือป่น

1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอก

2 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมจีนแกะเปลือกสับหยาบ

2 ช้อนโต๊ะ

หอมแดงบุบสับหยาบ

2 ช้อนโต๊ะ

ตะไคร้ซอยบาง

2 ช้อนโต๊ะ

ใบมะกรูดซอยบาง

1 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูแห้งสับหยาบ

2 เม็ด

น้ำมันมะกอก

3 ช้อนโต๊ะ

เกลือ

1 ช้อนชา

พริกไทยดำบดใหม่

¼ ช้อนชา

METHOD

เริ่มทำขนมปังกันเลย โดยผสมน้ำอุ่นและน้ำตาลลงในถ้วย คนพอเข้ากันให้น้ำตาลละลาย ใส่ยีสต์ลงบนผิวน้ำอุ่น ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 10 นาที จนเริ่มสังเกตเห็นฟองอากาศบนผิวน้ำ ยีสต์จะตื่นจากหลับและทำงานได้ดีในอุณหภูมิประมาณ 37-40 องศาเซลเซียล หนาวกว่านั้นก็จะง่วงไม่ยอมตื่นถ้าร้อนกว่านี้ก็จะตายไปเลย ฉะนั้นต้องระวังอุณหภูมิของน้ำให้พอเหมาะพอควรนะครับผสมของแห้งในอ่างผสม จำพวกแป้งขนมปังและเกลือป่น คนให้เข้ากันทำแป้งเป็นหลุมตรงกลาง เทยีสต์ที่ละลายไว้และน้ำมันมะกอกลงตรงกลางหลุม ใช้พายไม้หรือมือตะล่อมแป้งเข้ามารวมตรงกลางหลุมช้าๆจนได้ส่วนผสมเป็นก้อนเดียวกัน เทแป้งออกวางบนพื้นโต๊ะ นวดต่อประมาณ 10 นาที การนวดจะช่วยให้กลูเต็นในแป้งทำงาน ทำให้ขนมปังอบแล้วมีเนื้อเหนียวดีไม่ร่วน นวดจนก้อนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือคลึงแป้งเป็นก้อนกลม โรยแป้งขนมปังบางๆลงในอ่างผสม วางก้อนแป้งที่นวดแล้วลงไป โรยแป้งขนมปังด้านบนก้อนแป้งบางๆ ปิดด้านบนด้วยพลาสติกแร็ปหรือผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด พักแป้งไว้ในอุณหภูมิห้อง หรือใกล้ที่อุ่นๆ ประมาณ 1ชั่วโมงจนแป้งเริ่มพองเป็นสองเท่าอุ่นเตาอบที่ 220 องศาเซลเซียสล่วงหน้าอย่างน้อย 15 นาที เมื่อแป้งขนมปังของเราขึ้นฟูได้ที่แล้ว นำแป้งออกจากอ่าง นวดไล่อากาศ 2-3 ครั้งจนแป้งเนื้อเนียน คลึงเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบาง ทาถาดอบด้วยน้ำมันมะกอกให้ทั่ว นำแป้งใส่ลงในถาดอบ ใช้นิ้วจิ้มลงบนแป้ง เกลี่ยให้กระจายทั่วถาดอบ โรยเครื่องสมุนไพร กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนู ลงบนแป้งขนมปังให้ทั่ว ใช้นิ้วจิ้มให้เครื่องสมุนไพรผสมในเนื้อแป้ง ราดหน้าแป้งขนมปังด้วยน้ำมันมะกอกบางๆ โรยหน้าด้วยเกลือและพริกไทย นำเข้าอบในเตาอบนาน 15 นาที ทดสอบว่าสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันเสียบลงในแป้ง ถ้าไม่มีแป้งติดออกมาแสดงว่าสุกได้ที่แล้ว นำขนมปังออกจากเตาอบ นำออกจากถาดอบพักบนตะแกรงอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเสิร์ฟ ขนมปังฟอคคาเซียสมุนไพรไทยนี้ผิวนอกจะกรอบเกรียมหอมจัดจ้านด้วยสมุนไพรไทย และน้ำมันมะกอก มีรสเค็ม เหมาะจะกินกับทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย หรือจะกินเปล่าๆ เป็นของกินเล่นก็อร่อยเหาะครับ

Gallery

Share this content

Tags:

Keep Calm and Cook Fusion, ขนมปัง, น้ำมันมะกอก, ฟอคคาเซีย, ยีสต์, สมุนไพรไทย, อบ, อาหารฟิวชั่น, เชฟน่าน, เบเกอรี

Recommended Articles

Recipeกายา (Kaya toast)
กายา (Kaya toast)

กายาหรือสังขยาสไตล์สิงคโปร์ แบบดั้งเดิมทำจากมะพร้าวและไข่ เหมาะจะกินคู่กับ โกปี๊ (กาแฟ) หรือ เต (ชา) ท้องถิ่น นิยมเสิร์ฟกายาเป็นไส้ขนมปัง ปิ้งจนกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับเนยที่หั่นเป็นแผ่นบางๆ ชาวสิงคโปร์นิยมรับประทานขนมปังแยมกายากับไข่ลวก และกาแฟหรือชาร้อนในยามเช้า

 

Recipeลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้
ลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้

ลงสรง เมนูนี้จะแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 4 อย่าง อย่างแรก คือ ผัดวุ้นเส้น ปรุงรสชาติอ่อนๆ ลิ้นหมูและหูหมูต้มพะโล้ ซึ่งปกติแล้วที่บ้านเชฟน่านจะมีเจ้าอร่อย ไม่ได้ทำเอง ซื้อมาแล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ต่อมาคือ ผักสดนานาชนิด ทั้งผักใบ ผักหอมสมุนไพรต่างๆ อาทิ ผักชี โหระพา สะระแหน่ ผักแพ้ว เพียบ! และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ออกสีเหลืองอมชมพู วิธีรับประทานให้เด็ดผักต่างๆใส่ในชามตามชอบ ตามด้วยผัดวุ้นเส้น หูหมูเเละลิ้นหมูตุ๋นพะโล้ ปิดท้ายด้วยน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ เคล้าให้เข้ากัน กินองค์ประกอบครบทั้ง 4 อย่างพร้อมกันในคำเดียว อร่อยมากๆ

 

Recipeลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้
ลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้

ลงสรง เมนูนี้จะแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 4 อย่าง อย่างแรก คือ ผัดวุ้นเส้น ปรุงรสชาติอ่อนๆ ลิ้นหมูและหูหมูต้มพะโล้ ซึ่งปกติแล้วที่บ้านเชฟน่านจะมีเจ้าอร่อย ไม่ได้ทำเอง ซื้อมาแล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ต่อมาคือ ผักสดนานาชนิด ทั้งผักใบ ผักหอมสมุนไพรต่างๆ อาทิ ผักชี โหระพา สะระแหน่ ผักแพ้ว เพียบ! และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ออกสีเหลืองอมชมพู วิธีรับประทานให้เด็ดผักต่างๆใส่ในชามตามชอบ ตามด้วยผัดวุ้นเส้น หูหมูเเละลิ้นหมูตุ๋นพะโล้ ปิดท้ายด้วยน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ เคล้าให้เข้ากัน กินองค์ประกอบครบทั้ง 4 อย่างพร้อมกันในคำเดียว อร่อยมากๆ

 

Recipeลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้
ลงสรงลิ้นหมูหูหมู น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้

ลงสรง เมนูนี้จะแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 4 อย่าง อย่างแรก คือ ผัดวุ้นเส้น ปรุงรสชาติอ่อนๆ ลิ้นหมูและหูหมูต้มพะโล้ ซึ่งปกติแล้วที่บ้านเชฟน่านจะมีเจ้าอร่อย ไม่ได้ทำเอง ซื้อมาแล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ต่อมาคือ ผักสดนานาชนิด ทั้งผักใบ ผักหอมสมุนไพรต่างๆ อาทิ ผักชี โหระพา สะระแหน่ ผักแพ้ว เพียบ! และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ออกสีเหลืองอมชมพู วิธีรับประทานให้เด็ดผักต่างๆใส่ในชามตามชอบ ตามด้วยผัดวุ้นเส้น หูหมูเเละลิ้นหมูตุ๋นพะโล้ ปิดท้ายด้วยน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ เคล้าให้เข้ากัน กินองค์ประกอบครบทั้ง 4 อย่างพร้อมกันในคำเดียว อร่อยมากๆ

 

Recommended Videos