
มะยงชิด รสหอมหวานที่ขาดไม่ได้ในฤดูร้อน
ฤดูร้อนใกล้เข้ามาทีไร เป็นอันต้องนึกถึงมะยงชิดหวานฉ่ำทุกครั้ง มะยงชิดเป็นผลไม้ไทยที่ใครๆ ก็รัก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งแวดวงขนมไทยและเบเกอรีอย่างฝรั่ง พอถึงฤดูร้อนทีไร สีเหลืองสวยของมะยงชิดก็จะเห็นได้ทั่วไป ทั้งในตลาดในบนโต๊ะอาหาร
ท่ามกลางความนิยมของมะยงชิด เชื่อว่ามีอีกหลายเรื่องที่มะยงชิดเลิฟเวอร์หลายคนอาจยังไม่รู้ KRUA.CO เลยอยากชวนมาทำความรู้จักมะยงชิดให้มากกว่าที่เคยกันค่ะ

มะยงชิด เป็นผลไม้กลุ่มไหน
มะยงชิดเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะปราง คือมีหน้าตาเหมือนกับมะปราง เมื่อยังอ่อนผลจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้ว ผิวจะเป็นสีเหลืองส้มสวยงาม เนื้อนิ่มคล้ายกัน แต่มีรสชาติต่างกัน คือ มะปรางจะลูกเล็กกว่า และโดยมากมักให้รสเปรี้ยวชัดกว่าแม้จะสุกแล้วก็ตาม ส่วนมะยงชิดลูกโต เนื้อหนาและฉ่ำกว่า รสหวานกว่า โดยเฉพาะเมื่อปลอกเอาส่วนเปลือกที่มีรสเปรี้ยวออกก่อนรับประทาน ในระยะหลังมะยงชิดจึงได้รับความนิยมมากกว่าทั้งจากคนซื้อและจากชาวสวน
สาเหตุที่มะยงชิดกับมะปรางมีลักษณะต่างกัน ทั้งที่เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกัน อาจเป็นเพราะเดิมที่เกษตรกรมักขยายพันธุ์ผลไม้ด้วยการเพาะเมล็ด จึงทำให้ต้นรุ่นลูกแต่ละต้นให้ผลผลิตที่ไม่เสถียร บางต้นหวาน บางต้นเปรี้ยว เมื่อรวมเข้ากับปัจจัยอื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อมและความสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูก การเอาใจใส่ บำรุงต้นที่ต่างกัน ก็ยิ่งขับเน้นให้ลักษณะเด่นของมะปรางและมะยงชิดต่างกันมากขึ้น นานวันเข้าก็ต่างกันชัดเจนอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้เอง
นอกจากมะปรางแล้ว มะยงชิดยังมีพี่น้องที่หน้าตาคล้ายกันอีกหลายชื่อ เช่น มะยงห่าง ที่ขนาดและลักษณะภายนอกใกล้เคียงกับมะยงชิด แต่รสชาติเปรี้ยวกว่า หรือกาวาง ที่แม้หน้าตาเหมือนกันแต่เปรี้ยวจัดขนาดที่ว่าอีกายังกินได้แต่คำเดียวแล้วต้องรีบวาง เป็นต้น
ประโยชน์ของมะยงชิด
นอกจากความอร่อยหวานฉ่ำแล้วมะยงชิดยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ในมะยงชิด 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
– ให้พลังงาน 62 กิโลแคลอรี
– มีใยอาหาร 1.6 กรัม
– มีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 207 ไมโครกรัม เบต้าแคโรตีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านความเสื่อมของร่างกายได้หลายอย่าง เช่น ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร เมื่อร่างกายรับเข้าไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตาได้
– มีวิตามินซี 25 มิลลิกรัม วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันและการดูดซึมธาตุเหล็ก ลดการอักเสบของร่างกาย และช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้มีประสิทธิภาพ
– มีแคลเซียม 1 มิลลิกรัม และ ฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ในมะยงชิด 100 กรัม (ประมาณ 3 ผล) ให้น้ำตาลถึง 13 กรัม หรือ 3.3 ช้อนชา มะยงชิดจึงถือว่าไม่ใช่ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ แม้จะอร่อยและมีประโยชน์ขนาดไหนก็ต้องรับประทานแต่พอดีเท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่ต้องควมคุมน้ำหนัก ไม่อย่างนั้นความอร่อยก็อาจเป็นปัญหาสุขภาพได้
เลือกมะยงชิดอย่างไร
ปัจจุบันมะยงชิดถือเป็นผลไม้ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงในท้องตลาด ดังนั้นมะยงชิดที่วางขายทั่วไปจึงถูกคัดเลือกและเตรียมผลผลิตไว้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยสำหรับคนที่ต้องการซื้อมะยงชิดอยู่ด้วยเหมือนกัน เช่น เลือกมะยงชิดที่ไม่สุกจัด คือผิวมีสีส้มเหลืองสวยงาม แต่ขั้วผลยังมีสีเขียวอยู่เล็กน้อย เพื่อลดปัญหาเนื้อช้ำหรือเปลือกแตก เป็นต้น
วิธีคว้านมะยงชิด

อุปกรณ์สำคัญ
– มีดปอกผลไม้
– มีดคว้านผลไม้ (เลือกที่ใบมีดแคบ ปลายโค้งลงเล็กน้อย)
วิธีทำ
1. ล้างมะยงชิดให้สะอาด ปอกเปลือกด้วยมีดปอกผลไม้ แล้วตัดขั้วที่ติดกับก้านออก
2. ใช้ปลายมีดค่อยๆ ลากเป็นวงกลมรอบขั้วที่ตัดก่อน 1 รอบเพื่อเป็นแนวในการดันมืด
3. ดันมีดตามรอยวงกลมที่เราลากไว้ ค่อยๆ ขยับตามวงกลมจนครบรอบ พยายามแนบปลายมีดให้ใกล้กับเม็ดมะยงชิดมากที่สุด กะให้ปลายมีดอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวผล
4. พลิกกลับเอาด้านท้ายขึ้น กรีดมีดลงไปตั้งฉากกับจุดสีดำซึ่งเป็นปลายเม็ดของมะยงชิด กรีดลงไปให้เกือบถึ่งครึ่งของความยาวผล
5. ใช้ปลายมีดค่อยๆ เซาะตามรอยที่กรีดไว้ทั้ง 2 ด้านเพื่อให้เม็ดหลุดออกจากเนื้อ
6. ใช้ปลายมีดทิ่มเข้าทางขั้วเพื่อดันเม็ดมะยงชิดออก
สารพัดเมนูมะยงชิด



คลิกดูสูตรข้าวเหนียวมูนมะยงชิด






คลิกดูสูตรบิงซูมะยงชิดพริกเกลือ
ข้อมูลจาก
– มะยงชิด-มะยงห่าง-มะปราง-กาวาง ไม้ตระกูลเดียวกัน ผลคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน จาก นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2560
– กองโภชนาการ กรมอนามัย
Contributor
Recommended Articles
Recommended Videos