เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
2-3 คน
Level
3
เมนูอร่อยๆจากถั่วแดงอีก 1 เมนู อย่างแกงถั่วแบบอินเดียสูตรนี้เลือกใช้ถั่วแดงเป็นพระเอกของเมนู ถั่วแดงต้มจนสุกดีผัดกับหอมแขก และมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยเครื่องเทศแบบฉบับอินเดียอย่างผงขมิ้นและเพิ่มความเผ็ดร้อนอย่างพริกป่นอินเดียว เคี่ยวให้ส่วนผสมสุกนุ่มจากนั้นค่อยใส่ผักชีปิดท้าย กินคู่กับแป้งโรตีทอด
INGREDIENTS
น้ำมันมะกอก
¼ ถ้วย
หอมแขกสับ (50 กรัม)
1 หัว
มะเขือเทศ (ลูกละ 100 กรัม)หั่นชิ้นเล็ก
3 ลูก
ผงขมิ้น
¼ ช้อนชา
พริกป่นอินเดีย
½ ช้อนชา
น้ำ
1½ ถ้วย
ถั่วแดงหลวงต้มสุก
150 กรัม
ผักชีหั่น
2 ช้อนโต๊ะ
เกลือสมุทร (ดอกเกลือ)
½-1 ช้อนชา
ผักชีหั่นและหอมแดงเจียวสำหรับโรย
ผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแว่นสำหรับตกแต่ง
โรตีปิ้งหรือโรตีทอดสำหรับจัดเสิร์ฟ
เครื่องเคียงมี แตงร้านหั่นแว่นมะเขือเทศหั่นแว่น ผักชี
METHOD
1. ตั้งกระทะน้ำมันมะกอกบนไฟอ่อน พอร้อนใส่หอมแขกลงผัดจนสุกนุ่มและมีกลิ่นหอมจึงใส่มะเขือเทศ ผงขมิ้น และพริกป่นอินเดียผัดพอทั่ว ใส่น้ำและถั่วแดงหลวงต้ม ผัดให้เข้ากัน เคี่ยวนาน 10-15 นาที จนมะเขือเทศและถั่วแดงสุกนุ่ม ใส่ผักชี และเกลือ คนให้ทั่ว เคี่ยวต่อจนน้ำงวด มะเขือเทศเละ และมีมันสีแดงลอยหน้า ชิมรสให้เปรี้ยว เค็ม กลมกล่อม หวานหอมแขก ปิดไฟ
3. ตักใส่ถ้วย โรยผักชีและหอมแดงเจียวตกแต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแว่นเสิร์ฟร้อนๆพร้อมกับโรตีปิ้งหรือโรตีทอดและเครื่องเคียง
หมายเหตุ
- วิธีการต้มถั่วแดง ทำโดยล้างถั่วแดงในน้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อย ล้างน้ำหลายๆครั้งจนน้ำใสสะอาดจึงแช่ถั่วแดงในน้ำพอท่วมพร้อมกับใส่ถ่านหุงต้มลงไปสัก 1-2 ก้อน เพื่อช่วยดูดกลิ่น แช่น้ำนาน 7-8ชั่วโมง หรือจนเม็ดถั่วแดงอิ่มน้ำเต็มที่ เม็ดถั่วจะอ้วนตึง จึงนำก้อนถ่านออก ล้างน้ำอีกครั้งจนสะอาดพักถั่วแดงในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางพอร้อน ใส่ถั่วแดงลงต้ม ใส่เกลือสมุทร (ดอกเกลือ) พอเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ต้มจนเดือด เติมน้ำจนน้ำหายเดือด ต้มต่อจนน้ำเดือดแล้วเติมน้ำ ทำเช่นนี้จนถั่วสุกนุ่ม ตักถั่วแดงต้มใส่อ่างผสม แล้วใส่น้ำจนน้ำเย็น พักถั่วแดงต้มในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
Recommended Articles

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

คุกกี้ขนมที่เรียกได้ว่าถ้าอยากจะพักดื่มกาแฟหรือดื่มน้ำชาสักหน่อยขนมที่คิดจะกินคู่กันก็คงหนีไม่พ้น คุกกี้หอมๆกรอบนอกนุ่มในเป็นแน่ อยากสูตรคุกกี้สูตรนี้ก็ทั้งหอม อร่อย และที่สำคัญไม่หวานจนเกินไปแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย เป็นคุกกี้ข้าวโอ๊ตที่ผสมเก๋ากี้ลงไปด้วยเพิ่มสีสันของรสชาติมากขึ้นเลือกใช้อัลมอนด์ป่นแทนใช้แป้งสาลี เพราะฉะนั้นคนที่แพ้แป้งทานได้แน่นอน รสชาติไม่หวานมากไป กินเพลินๆกับน้ำชาคือที่สุด

เมนูที่ทำจากผงวุ้นอีกหนึ่งเมนูที่รับประกันได้ว่าอร่อยแถมได้ประโยชน์เต็มๆแน่นอน เราคุ้นชิ้นกับกินน้ำเต้าหู้ในรูปแบบเครื่องดื่ม แต่ครั้งนี้เราจะเปลี่ยนน้ำเต้าหู้ให้เป็นขนมหวานทานง่ายโดยนำน้ำเต้าหู้มาผสมกับผงวุ้นแล้วนำไปเซ็ตตัวก่อนจะเสิร์ฟมากับธัญพืชต่างๆไม่ว่าจะเป็นลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดงต้มที่นำไปเคี่ยวกับน้ำตาลเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย กินเย็นๆรับลองได้เลยว่าอร่อยชื่นใจเป็นแน่

เบอร์เกอร์สายมังสวิรัติต้องยกให้เมนูนี้เลย ตัวแพตตี้ทำมาจากถั่วชิกพีและเห็ดผัดเนย ปั่นให้ส่วนผสมทั้งสองอย่างเนียนเป็นเนื้อเดียวกันคล้ายเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ จากนั้นก็ปรุงรสตามปกติโดยใส่ไข่ไก่และเครื่องปรุงรสต่างๆ ปั้นเป็นก้อนกลมๆพักไว้ ก่อนนำมาย่างกินคู่กับขนมปังเบอร์เกอร์ หอมใหญ่ผัด และซอสโยเกิร์ต

แมงโกกุลฟี (Mango Kulfi) ไอศกรีมนมของคนอินเดียที่เพิ่มความพิเศษโดยการใส่เนื้อมะม่วงสุกที่ปั่นแล้วลงไปผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมด้วย ทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้จะมีความครีมๆนมและหวานหอมกลิ่นผลไม้ที่สำคัญไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นอินเดียด้วยการใส่เครื่องเทศอย่างกระวานเขียวและหญ้าฝรั่งลงไปด้วยตอนต้มนมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเล็กน้อย

มาลัยกุลฟี่ (Malai Kulfi) ในสูตรนี้จะมีนมสดชนิดจืด (แบบไขมันสูง) น้ำตาล หัวนมผง (อันนี้เพิ่มกลิ่นหอมนมมากยิ่งขึ้น) กระวานเขียว หญ้าฝรั่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งขั้นตอนการทำ มาลัยกุลฟี (Malai Kulfi) ก็ไม่ยาก หลักๆก็คือการนำนมสดไปเคี่ยวให้เกิดความข้น กับน้ำตาลและหัวนมผง ให้ข้นจนเปลี่ยนสี (คล้ายสีนมข้นหวาน) แล้วใส่เครื่องเทศอย่างเม็ดกระวานและหญ้าฝรั่น เคี่ยวให้กลิ่นเครื่องเทศหอม จากนั้นก็นำเม็ดกระวานออก แล้วจึงใส่ถั่วต่างๆอย่างอัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ สับให้ละเอียด ลงไปต้มประมาณ 5 นาที ก่อนจะปิดไฟ แล้วพักให้หายร้อนก่อนใส่ลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีสให้แข็งก่อนเอามากิน เนื้อไอศกรีมที่หวานมันผสมกับการได้สัมผัสของเม็ดถั่วที่ผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมอีกด้วย

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

คุกกี้ขนมที่เรียกได้ว่าถ้าอยากจะพักดื่มกาแฟหรือดื่มน้ำชาสักหน่อยขนมที่คิดจะกินคู่กันก็คงหนีไม่พ้น คุกกี้หอมๆกรอบนอกนุ่มในเป็นแน่ อยากสูตรคุกกี้สูตรนี้ก็ทั้งหอม อร่อย และที่สำคัญไม่หวานจนเกินไปแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย เป็นคุกกี้ข้าวโอ๊ตที่ผสมเก๋ากี้ลงไปด้วยเพิ่มสีสันของรสชาติมากขึ้นเลือกใช้อัลมอนด์ป่นแทนใช้แป้งสาลี เพราะฉะนั้นคนที่แพ้แป้งทานได้แน่นอน รสชาติไม่หวานมากไป กินเพลินๆกับน้ำชาคือที่สุด

เมนูที่ทำจากผงวุ้นอีกหนึ่งเมนูที่รับประกันได้ว่าอร่อยแถมได้ประโยชน์เต็มๆแน่นอน เราคุ้นชิ้นกับกินน้ำเต้าหู้ในรูปแบบเครื่องดื่ม แต่ครั้งนี้เราจะเปลี่ยนน้ำเต้าหู้ให้เป็นขนมหวานทานง่ายโดยนำน้ำเต้าหู้มาผสมกับผงวุ้นแล้วนำไปเซ็ตตัวก่อนจะเสิร์ฟมากับธัญพืชต่างๆไม่ว่าจะเป็นลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดงต้มที่นำไปเคี่ยวกับน้ำตาลเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย กินเย็นๆรับลองได้เลยว่าอร่อยชื่นใจเป็นแน่

เบอร์เกอร์สายมังสวิรัติต้องยกให้เมนูนี้เลย ตัวแพตตี้ทำมาจากถั่วชิกพีและเห็ดผัดเนย ปั่นให้ส่วนผสมทั้งสองอย่างเนียนเป็นเนื้อเดียวกันคล้ายเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ จากนั้นก็ปรุงรสตามปกติโดยใส่ไข่ไก่และเครื่องปรุงรสต่างๆ ปั้นเป็นก้อนกลมๆพักไว้ ก่อนนำมาย่างกินคู่กับขนมปังเบอร์เกอร์ หอมใหญ่ผัด และซอสโยเกิร์ต

แมงโกกุลฟี (Mango Kulfi) ไอศกรีมนมของคนอินเดียที่เพิ่มความพิเศษโดยการใส่เนื้อมะม่วงสุกที่ปั่นแล้วลงไปผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมด้วย ทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้จะมีความครีมๆนมและหวานหอมกลิ่นผลไม้ที่สำคัญไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นอินเดียด้วยการใส่เครื่องเทศอย่างกระวานเขียวและหญ้าฝรั่งลงไปด้วยตอนต้มนมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเล็กน้อย

มาลัยกุลฟี่ (Malai Kulfi) ในสูตรนี้จะมีนมสดชนิดจืด (แบบไขมันสูง) น้ำตาล หัวนมผง (อันนี้เพิ่มกลิ่นหอมนมมากยิ่งขึ้น) กระวานเขียว หญ้าฝรั่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งขั้นตอนการทำ มาลัยกุลฟี (Malai Kulfi) ก็ไม่ยาก หลักๆก็คือการนำนมสดไปเคี่ยวให้เกิดความข้น กับน้ำตาลและหัวนมผง ให้ข้นจนเปลี่ยนสี (คล้ายสีนมข้นหวาน) แล้วใส่เครื่องเทศอย่างเม็ดกระวานและหญ้าฝรั่น เคี่ยวให้กลิ่นเครื่องเทศหอม จากนั้นก็นำเม็ดกระวานออก แล้วจึงใส่ถั่วต่างๆอย่างอัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ สับให้ละเอียด ลงไปต้มประมาณ 5 นาที ก่อนจะปิดไฟ แล้วพักให้หายร้อนก่อนใส่ลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีสให้แข็งก่อนเอามากิน เนื้อไอศกรีมที่หวานมันผสมกับการได้สัมผัสของเม็ดถั่วที่ผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมอีกด้วย

ขนมสูตรนี้บอกเลยว่าอร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่าง "พายบีทรูทเม็ดมะม่วงหิมพานต์" ตัวฐานทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นอาหาร เติมรสชาติด้วยฟิกซ์ ผงโกโก้ อบเชยป่น และเกลือ ปั่นให้เข้ากันอีกครั้งจากนั้นค่อยนำไปกรุในพิมพ์แล้วแช่ตู่เย็นสักประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวไส้ทำจากเนื้อบีทรูท มะพร้าวขูดขาว น้ำตาลทรายแดง และเมเปิลไซรัป นำไปผสมกับเนยถั่วที่เกิดจากการนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาปั่นกับน้ำมันมะพร้าวจนเนียนข้น ใส่เจลลลาตินที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน ก่อนเทใส่ฐานที่เตรียมไว้ แช่ในตู้เย็นให้เซ็ตตัวก่อนตัดกิน

ซุปธัญพืชแสนอร่อย อิ่มท้อง มีประโยชน์ ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเท่าไรโดยนำถั่วแดงไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปล้างน้ำแล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ล้างน้ำอีกรอบก่อนนำไปต้มให้สุกนุ่ม ใส่รากบัว ปรุงรสด้วยน้ำตาล จากนั้นค่อยใส่เม็ดบัวเป็นอย่างสุดท้าย ต้มจนสุก เสิร์ฟร้อนๆหรือจะนำแช่ตู้เย็นแล้วทานก็ได้เช่นกัน

อาหารเช้าง่ายๆแถมคุณประโยชน์มากมายอย่าง "ข้าวต้มเม็ดบัวกับเก๋าคี่" ที่มีทั้งแครอท เห็ดหอม เม็ดบัว เก๋าคี่ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น ที่บอกว่าง่ายก็คือแค่ต้มส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อจนส่วนผสมทุกอย่างสุก ปรุงรสแค่เกลือและซีอิ๊วเล็กน้อยเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา โรยด้วยผักชีและพริกไทยดำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หัวไชเท้าเอามาทำเมนูได้หลากหลาย อย่างเมนูนี้ชาวพม่านำมายำเคล้ากับเครื่องอย่างน้ำตาล เกลือ และงาดำคั่ว และโรยหอมเจียวก่อนกิน เคล็ดลับที่จะทำให้หัวไชเท้ามีรสชาติอร่อย (ไม่เผ็ดเมื่อเวลากินดิบ) คือ จะนำหัวไช้เท้าที่เตรียมเรียบร้อยมาเคล้ากับเกลือ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นบีบเอาน้ำที่คายออกมาออกให้หมด แล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชูทิ้งไว้สัก 1 คืน ก่อนนำมาปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้น เท่านี้ก็ได้ยำหัวไช้เท้าอร่อยกินแล้ว

คุกกี้ขนมที่เรียกได้ว่าถ้าอยากจะพักดื่มกาแฟหรือดื่มน้ำชาสักหน่อยขนมที่คิดจะกินคู่กันก็คงหนีไม่พ้น คุกกี้หอมๆกรอบนอกนุ่มในเป็นแน่ อยากสูตรคุกกี้สูตรนี้ก็ทั้งหอม อร่อย และที่สำคัญไม่หวานจนเกินไปแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย เป็นคุกกี้ข้าวโอ๊ตที่ผสมเก๋ากี้ลงไปด้วยเพิ่มสีสันของรสชาติมากขึ้นเลือกใช้อัลมอนด์ป่นแทนใช้แป้งสาลี เพราะฉะนั้นคนที่แพ้แป้งทานได้แน่นอน รสชาติไม่หวานมากไป กินเพลินๆกับน้ำชาคือที่สุด

เมนูที่ทำจากผงวุ้นอีกหนึ่งเมนูที่รับประกันได้ว่าอร่อยแถมได้ประโยชน์เต็มๆแน่นอน เราคุ้นชิ้นกับกินน้ำเต้าหู้ในรูปแบบเครื่องดื่ม แต่ครั้งนี้เราจะเปลี่ยนน้ำเต้าหู้ให้เป็นขนมหวานทานง่ายโดยนำน้ำเต้าหู้มาผสมกับผงวุ้นแล้วนำไปเซ็ตตัวก่อนจะเสิร์ฟมากับธัญพืชต่างๆไม่ว่าจะเป็นลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดงต้มที่นำไปเคี่ยวกับน้ำตาลเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย กินเย็นๆรับลองได้เลยว่าอร่อยชื่นใจเป็นแน่

เบอร์เกอร์สายมังสวิรัติต้องยกให้เมนูนี้เลย ตัวแพตตี้ทำมาจากถั่วชิกพีและเห็ดผัดเนย ปั่นให้ส่วนผสมทั้งสองอย่างเนียนเป็นเนื้อเดียวกันคล้ายเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ จากนั้นก็ปรุงรสตามปกติโดยใส่ไข่ไก่และเครื่องปรุงรสต่างๆ ปั้นเป็นก้อนกลมๆพักไว้ ก่อนนำมาย่างกินคู่กับขนมปังเบอร์เกอร์ หอมใหญ่ผัด และซอสโยเกิร์ต

แมงโกกุลฟี (Mango Kulfi) ไอศกรีมนมของคนอินเดียที่เพิ่มความพิเศษโดยการใส่เนื้อมะม่วงสุกที่ปั่นแล้วลงไปผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมด้วย ทำให้เนื้อสัมผัสที่ได้จะมีความครีมๆนมและหวานหอมกลิ่นผลไม้ที่สำคัญไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นอินเดียด้วยการใส่เครื่องเทศอย่างกระวานเขียวและหญ้าฝรั่งลงไปด้วยตอนต้มนมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเล็กน้อย

มาลัยกุลฟี่ (Malai Kulfi) ในสูตรนี้จะมีนมสดชนิดจืด (แบบไขมันสูง) น้ำตาล หัวนมผง (อันนี้เพิ่มกลิ่นหอมนมมากยิ่งขึ้น) กระวานเขียว หญ้าฝรั่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งขั้นตอนการทำ มาลัยกุลฟี (Malai Kulfi) ก็ไม่ยาก หลักๆก็คือการนำนมสดไปเคี่ยวให้เกิดความข้น กับน้ำตาลและหัวนมผง ให้ข้นจนเปลี่ยนสี (คล้ายสีนมข้นหวาน) แล้วใส่เครื่องเทศอย่างเม็ดกระวานและหญ้าฝรั่น เคี่ยวให้กลิ่นเครื่องเทศหอม จากนั้นก็นำเม็ดกระวานออก แล้วจึงใส่ถั่วต่างๆอย่างอัลมอนด์ เม็ดมะม่วง และพิตาชิโอ สับให้ละเอียด ลงไปต้มประมาณ 5 นาที ก่อนจะปิดไฟ แล้วพักให้หายร้อนก่อนใส่ลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีสให้แข็งก่อนเอามากิน เนื้อไอศกรีมที่หวานมันผสมกับการได้สัมผัสของเม็ดถั่วที่ผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมอีกด้วย
Recommended Videos