
แจกสูตรไข่ต้มใบชา ทำง่าย อร่อยมาก
ไข่ต้มชา (茶叶蛋 /ฉาเยี่ยตั้น /Tea Egg) เป็นสตรีทฟู้ดที่นิยมมากในจีน และประเทศที่มีวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเลอย่างฮ่องกงและไต้หวัน เชื่อว่าใครที่เคยไปเดินเล่นใน 3 ประเทศนี้ ต้องเคยเห็นไข่ต้มหม้อโตๆ ในน้ำสีน้ำตาลเข้ม พร้อมกับสมุนไพรเครื่องเทศสารพัด ต้มทิ้งไว้อย่างนั้นทั้งวันทั้งคืน ทั้งในร้านรถเข็นข้างทาง ในตลาดกลางคืน และในร้านสะดวกซื้อ นั่นแหละค่ะ คือไข่ต้มชาที่เราอยากชวนมาทำวันนี้

เอกลักษณ์ของไข่ต้มชา นอกจากกลิ่นรสที่หอมน้ำต้มใบชากับเครื่องเทศแล้ว ก็ยังมีรสอูมามิ และลวดลายสวยๆ ที่เกิดจากการเคาะไข่ก่อนแช่ชาด้วย นอกจากชื่อ Tea Egg แล้ว ไข่ต้มชาจึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Marble Egg ด้วยอีกชื่อหนึ่ง
ว่ากันว่า ไข่ต้มชาเป็นอาหารท้องถิ่นของมณฑลเจ้อเจียงทางตอนใต้ของจีน ที่น่าจะมีมาเป็นพันๆ ปีย้อนไไปถึงสมัยราชวงศ์ถังเลยทีเดียว จริงๆ การแช่ไข่ต้มไว้ในน้ำต้มสมุนไพรแบบนี้ มีจุดประสงค์เพื่อถนอมอาหารเป็นหลัก เพราะถ้าตั้งหม้อต้มไปเรื่อยๆ แบบนี้จะช่วยให้เก็บไข่ต้มไว้กินได้นานเป็นสัปดาห์ แต่ผลพลอยได้คือ ยิ่งแช่ไข่ไว้นาน รสชาติจากน้ำต้มชาก็จะซึมเข้าไปในเนื้อไข่ ทำให้ไข่รสชาติเข้มข้น หอมสมุนไพร หอมชา ภายหลังก็เลยแพร่หลายไปทั่วประเทศจีน และในกลุ่มประเทศที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอย่างจีนมาจากการอพยพด้วย โดยเฉพาะไต้หวันที่เรียกว่าเจอไข่ต้มชาได้แทบทุกหัวมุมถนน ทั้งในรูปแบบสตรีทฟู้ดและร้านสะดวกซื้อ คนไต้หวันนิยมกินเป็นของรองท้อง กินเป็นกับข้าว หรือจะกินแทนอาหารสักมื้อในเวลาเร่งรีบก็ได้ นอกจากความหอมอร่อยอูมามิแล้ว ไข่ต้มชายังถือว่าให้โปรตีนสูง ไขมันต่ำ และแช่อยู่ในสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยย่อย และช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันอีกด้วย

รสชาติของไข่ต้มชาจะคล้ายๆ ไข่พะโล้ คือรสเค็มหวานแล้วแต่สูตรของร้าน บางร้านหนักเค็ม บางร้านหนักหวาน กลิ่นหอมสมุนไพร สีน้ำตาลสวย เนื้อไข่ขาวแน่นเด้ง กินแล้วอิ่มนานอยู่ท้องช่วยให้หายหิวไปได้ค่อนวัน ที่สำคัญคือพกง่าย กินง่าย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแบบที่ซีลใส่ซองแบบสุญญากาศขายตามร้านสะดวกซื้อ ก็ยิ่งเก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็นเลย ถือเป็นอาหารอีกอย่างที่เอนกประสงค์มากๆ
ส่วนใครอยากลองทำไข่ต้มชาแบบโฮมเมด แบบตั้งต้นจากวัตถุดิบในครัว วันนี้ KRUA.CO มีสูตรมาฝาก สูตรนี้ทำง่าย หอมกลิ่นเครื่องเทศและใบชาไม่แพ้ต้นตำรับเลยค่ะ
ไข่ต้มชา
(ปริมาณ 5 ฟอง)
– ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 5 ฟอง
– น้ำตาลกรวด 40 กรัม
– น้ำ 3 ถ้วย
– ซีอิ๊วขาว ½ ถ้วย
– ขิงหั่นแว่น 3 แว่น
– อบเชย 1 แท่ง
– พริกแห้งเม็ดใหญ่ 3 เม็ด
– โป๊ยกั๊ก 3 ดอก
– ใบกระวาน 2 ใบ
– ใบชาดำหรือชาผูเอ๋อร์ 3 ช้อนโต๊ะ
– ซีอิ๊วดำหวาน ½ ช้อนชา
– เห็ดหอมแห้ง 1 ดอก
– ต้นหอม 1 ต้น
– กระเทียมกลีบใหญ่แกะเปลือก 2 กลีบ
(สามารถเพิ่มสมุนไพรอื่นๆ เช่น กระวานดำ เฉินผี หรือฮวาเจียวได้ตามชอบ)
วิธีทำ
1. ใส่ไข่ไก่ลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วม แล้วยกหม้อขึ้นตั้งบนไฟแรง รอจนกว่าน้ำจะเดือด เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ลงไฟลงเป็นไฟกลาง จับเวลา 8 นาที เมื่อครบเวลาแล้ว ปิดไฟ ยกหม้อลง ตักไข่ไปแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อลดอุณหภูมิ แล้วใช้ช้อนเคาะเปลือกไข่ให้ร้าวจนทั่วฟอง ทำจนครบทุกฟอง แล้วพักไว้

2. ตั้งกระทะบนไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำตาลกรวดและน้ำ 2 ช้อนโต๊ะลงในกระทะ รอจนน้ำตาลเริ่มละลายเป็นคาราเมล คาราเมลส่วนนี้จะทำให้ไข่ต้มสีสวย และมีกลิ่นหอมน้ำตาลไหม้ที่ซับซ้อนขึ้น
3. ใส่ซีอิ๊วขาวและน้ำที่เหลือลงไป

4. ใส่ไข่ที่ต้มที่เคาะเปลือกแล้วลงไป เร่งเป็นไฟแรง ใส่ขิง อบเชย พริกแห้ง โป๊ยกั๊ก ใบกระวาน ใบชา ซีอิ๊วดำหวาน เห็ดหอมแห้ง ต้นหอม และกระเทียมลงไป

5. ต้มจนน้ำเริ่มเดือด จับเวลา 10-15 นาที ปิดไฟ

แช่ไข่ทั้งเปลือกไว้ในน้ำชาอย่างน้อย 1 คืน ในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อนเสิร์ฟ จะทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานประมาณ 7 วัน (หากต้องการเก็บไว้หลายวัน สามารถกรองเอากากสมุนไพรออกเพื่อความสะดวกได้)


หมายเหตุ
– สูตรนี้เน้นรสเค็มหวานกลางๆ ไม่จัดมาก หากต้องการรสจัดสามารถเพิ่มอัตราส่วนของซีอิ๊วขาวหรือน้ำตาลกรวดได้ตามชอบ และควรชิมน้ำต้มใบชาให้ออกมารสจัดกว่าที่ต้องการ เมื่อน้ำต้มใบชาซึมเข้าไปในเนื้อไข่จะได้ให้รสชาติพอดี ไม่จืดเกินไป
– ใบชาที่ใช้ต้ม จะใช้ชาดำ ชาผูเอ๋อร์ ชาอู่หลง หรือเบลนด์ชาหลายๆ ตัวเพื่อสร้างรสชาติที่ซับซ้อนขึ้นก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ชาเขียวเพราะชาเขียวไม่มีแทนนินและกลิ่นชาคั่วคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ต้มชา
– หากชอบไข่แบบยางมะตูม สามารถใช้ไข่ยางมะตูมแช่ในน้ำต้มชาแทนได้ โดยใช้วิธีแกะเปลือกไข่ออกทั้งหมด แบบเดียวกับไข่ต้มซีอิ๊วเกาหลี (Mayak Egg) ได้
– ถ้าต้องการไข่รสเข้มข้น แบบที่ไม่ต้องแช่ไว้หลายๆ วัน สามารถใช้ไข่ไก่เบอร์เล็กลง หรือใช้ไข่นกกระทาแทนได้ ยิ่งไข่ใบเล็กเท่าไร ก็จะยิ่งใช้เวลาแช่น้อยลงเท่านั้น
Contributor
Tags:
Recommended Articles
Recommended Videos
