
รวมสูตรต้มยำสุดแซ่บ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด จัดจ้าน เรียกเหงื่อรับลมร้อน
‘ต้มยำ’ หมายถึงการปรุงอาหารด้วยรสเผ็ดและเปรี้ยว เป็นวิธีการทำอาหารที่อยู่คู่กับชาวไทยมาอย่างยาวนาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงการใช้สมุนไพรอย่างตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดในการทำอาหารมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา
สมัยก่อน มักเน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นอย่างปลาน้ำจืดหรือกุ้งที่จับได้จากแม่น้ำลำคลอง ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวบ้าน กระทั่งเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ‘ต้มยำกุ้ง’ ก็ได้รับความนิยมแซงหน้าต้มยำชนิดอื่น โดยเฉพาะหลังจากที่การท่องเที่ยวไทยเริ่มเติบโตในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970
แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าจะใช้วัตถุดิบใดในการทำ ต้มยำก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน อย่าง 12 สูตรต้มยำที่ครัวเอามาฝากให้ไปทำกินกันวันนี้ มีทั้งกุ้งทั้งปลา ทั้งน้ำข้นน้ำใส รับรองว่าเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แซ่บซี้ดขับเหงื่อหน้าร้อนดีนักแล

หัวใจของเมนูนี้คือกุ้งแม่น้ำตัวโต พร้อมมันกุ้งในส่วนหัวที่เมื่อปรุงลงในน้ำซุปจะแตกมันสีส้มสวยงาม เพิ่มความเข้มข้น หอมมัน และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หอมกลิ่นสมุนไพร ทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พร้อมพริกขี้หนูสวนที่ให้ความเผ็ดร้อนแบบไทยแท้ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวคั้นสดและน้ำปลาอย่างดี ได้รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม

อาหารไทยรสจัดจ้าน เพิ่มความพิเศษด้วยกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่ ตำรับต้มยำเเต่เดิมอาจใช้หมึก กุ้ง หอย ปลา ต้มรวมกัน เรียกว่าต้มยำทะเล โดยล้างหมึกให้สะอาด นำมาหั่นแว่นหรือหั่นชิ้น ส่วนปลานิยมแล่เอาแต่เนื้อ

ต้มยำน้ำใส เปรี้ยวเผ็ดหอมเครื่องสมุนไพรไทย ผสานความหวานมันจากมันกุ้ง

กุ้งก้ามกรามย่างบนตะแกรงจนหอม พร้อมน้ำต้มยำรสเข้มข้นหอมน้ำมะพร้าว และยังมีเนื้อมะพร้าวอ่อนเพิ่มความหวาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ออกเปรี้ยว เค็ม หอมกลิ่นมะนาว แต่ต้มยำกุ้งสูตรนี้พิเศษตรงที่นำหัวกุ้งมาต้มเป็นน้ำสต๊อก จากนั้นตักออกแล้วใส่เครื่องสมุนไพร ปรุงรสตามชอบ

ไม่ต้องกลัวคาว เพียงแค่เลือกใช้ปลาช่อนสด ที่สำคัญต้องตัดเส้นเลือดทั้งสองข้างตรงเหงือกออก แต่ถ้าซื้อปลาช่อนที่ตายแล้วให้เลือกที่มีเหงือกแดง เกล็ดมีเมือกลื่น เนื้อไม่แข็ง และเมื่อใส่เนื้อปลาลงไปต้ม สำคัญมากๆ ห้ามคน! จนกว่าปลาจะสุก

ใช้ปลาเก๋าขนาดตัว 4-8 ขีด เนื้อจะแน่น หวาน หนังปลาหนึบ กินอร่อย ใส่เนื้อปลาตอนน้ำเดือดพล่าน ห้ามคน เนื้อปลาจะสุกหวาน ไม่มีกลิ่นคาว และใส่นมข้นจืดตอนน้ำต้มยำอุ่นๆ ไม่ร้อนจนเกินไป น้ำต้มยำจะข้นไม่จับตัวเป็นก้อนและแยกชั้น

ให้ใช้ปลาทูไทย ลักษณะตัวป้อมสั้น แบน เนื้อจะมันหวานเป็นพิเศษ และเลือกปลาสดใหม่ สังเกตหนังปลามีสีเงินวาว ตาใส เหงือกแดง รอให้น้ำเดือดก่อนจึงใส่ปลาทู ต้มพอให้หนังปลาที่หางกระดกเป็นใช้ได้ อย่าต้มนานเพราะเนื้อปลาจะแข็งกระด้าง

สูตรนี้น้ำต้มยำจะขุ่นขาวข้น หวานมันกะทิและนมข้นจืด ปรุงรสกลมกล่อมจากน้ำกระเทียมดอง รสเข้มข้นทั้งเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน เพิ่มกลิ่นรสจากขิงแก่สับ เสิร์ฟด้วยการจัดปลาทอดกรอบใส่ถ้วย แล้วตักน้ำต้มยำร้อนๆ ตามลงไป เนื้อปลาจะกรอบอร่อย ไม่นุ่มเละ

ทอดปลากะพงทอดจนเนื้อปลาด้านนอกสุกเหลือง ด้านในสุกนุ่ม จากนั้นต้มน้ำซุปไก่ในหม้อ ใส่เครื่องสมุนไพร ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว ใส่เนื้อปลาทอดลงไป ตามด้วยนมข้นจืด แล้วตักใส่ถ้วย โรยน้ำมันผัดซอสมะเขือเทศเพิ่มความนัว

อร่อยหวานด้วยปลากะพงสดหั่นชิ้น หรือใครอยากใช้เนื้อปลาเก๋าหรือปลาแซลมอนแทนก็ได้ ให้เลาะกระดูกออกเอาแต่เนื้อมาปรุง สูตรนี้ใส่มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูแห้งทอด ผักชี และใบกะเพรา ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยยอดกะเพรา เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

ต้มยำปลาน้ำใสแบบง่ายๆ ใช้ความเปรี้ยวของกลีบดอกและใบกระเจี๊ยบแทนรสเปรี้ยวจากมะนาว ให้รสสดชื่นไปอีกแบบ
Contributor
Recommended Articles
Recommended Videos
