Pon De Ring โดนัทฉบับโฮมเมด ทำสนุกกินเพลิน

152 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
โดนัทรูปดอกไม้นุ่มหนึบ ทำเองได้ไม่ยากเลย

พูดถึงโดนัท… ภาพจำที่หลายคนนึกถึงก็คงเป็นแป้งทอดก้อนกลมๆ มีรูตรงกลางหรือไม่ก็สอดไส้แยมรสต่างๆ  ใช่ไหมล่ะ แต่วันนี้เราจะพามารู้จักโดนัทอีกชนิดหนึ่งที่ทั้งอร่อยและหน้าตาดีไม่แพ้กัน! นั่นคือ พอน-เดอ-ริง (PON DE RING) แป้งทอดก้อนกลมที่มีเอกลักษณ์เป็นรูปวงแหวนคล้ายแผงคอสิงโต และเป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในญี่ปุ่นและในไทย ดั่งที่ได้เห็นวางขายอยู่บนเชลฟ์ในร้านโดนัทดังจนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ไปโดยปริยาย 

เนื้อสัมผัสของพอนเดอริงจะผสมสานระหว่างโมจิและโดนัท แบบที่คนญี่ปุ่นกล่าวว่า Mochi-like texture as mochi-mochi (モチモチしてる)” ด้านนอกมีความกรอบ แต่เนื้อด้านในเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบหนับสู้ฟันเหมือนโมจิ ซึ่งจริงๆ แล้วพอนเดอริงเป็นโดนัทที่ทำง่าย ใช้ไข่และผงฟูในการทำให้แป้งขึ้นฟูแทนยีสต์ ขั้นตอนการทำไม่ได้ยุ่งยากจนเกินความสามารถ จะมือใหม่หรือมือเก่าก็ทำได้สบายๆ

แต่ก่อนจะลงมือทำเราขอแนะนำวัตถุดิบสำคัญในพอนเดอริงที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเค้าใส่กันด้วยหรือ ? นั่นคือ แป้งมันสำปะหลัง  (Tapioca starch) จากประสบการณ์ลองผิดลองถูก ใช้แป้งมันไทยมาก่อน เนื้อขนมที่ได้นั้นเหนียวและแน่นเกินไป อยากกินของอร่อยก็ต้องเสาะหาซินะ ไม่รอช้ารีบเสิร์ชหาแป้งมันยี่ห้ออื่นทันที จนสุดท้ายได้ลองใช้แป้งของต่างประเทศยี่ห้อหนึ่ง ส่วนตัวรู้สึกประทับใจจึงอยากมาแนะนำกัน

แป้งยี่ห้อนี้ คือ Bob’s Red Mill  แป้งมันนำเข้าจากอเมริกา เนื้อแป้งละเอียดและเบากว่าแป้งมันของไทยมาก ได้เนื้อขนมเหนียวนุ่ม หนึบหนับกำลังดีถูกใจเราสุดๆ สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ราคาสูงกว่าแป้งมันไทยเล็กน้อย หรือสั่งออนไลน์ได้ที่ https://shp.ee/wrhkkvv ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ก็ได้แก่แปังญี่ปุ่น ผงฟู เกลือป่น น้ำตาลทราย เต้าหู้ขาวอ่อน ไข่ไก่ น้ำและเนยจืดละลาย สูตรนี้เป็นสูตรของญี่ปุ่นที่ใส่เต้าหู้ขาวอ่อนลงไปด้วย ซึ่งความชื้นในเต้าหู้นี่แหละที่ทำให้เนื้อขนมออกมานุ่มนิ่มตามสไตล์ญี่ปุ่น

มาเริ่มทำกันดีกว่า… 

เริ่มจากร่อนส่วนผสมของแห้งอย่างแป้งขนมปัง แป้งมันสำปะหลัง ผงฟูและเกลือป่นรวมกันในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนพอเข้ากัน ถัดมาที่อ่างอีกใบ ยีเต้าหู้ผ่านตะแกรงใส่ลงในอ่าง ตอกไข่ใส่ ตามด้วยน้ำและเนยละลาย คนจนเข้ากันดี จากนั้นเทส่วนผสมของเหลวลงในอ่างแป้ง ใช้พายยางคนให้แป้งจับตัวกัน พอนวดได้ ใช้มือนวดๆ ต่อจนเป็นเนื้อเดียวกันและไม่เห็นผงแป้งก็เป็นอันใช้ได้ (ไม่ควรนวดนานเพราะจะทำให้แป้งเหนียว) ปิดพลาสติกแรป วางพักไว้ข้างนอกตู้เย็นประมาณ 30 นาทีเพื่อให้แป้งคลายตัวและดูดน้ำเต็มที่  

ระหว่างรอ ตัดกระดาษไขเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาด 10X10 ซม. สำหรับนำมารองแป้งโดว์ที่ปั้นเป็นลูกกลมๆ ทริคสำหรับมือใหม่ที่อยากให้พอนเดอริงออกมาเป็นวงกลม สวย สมส่วน แนะนำให้พับกระดาษไขทั้งแนวตั้ง แนวนอนและแนวทแยงมุมทั้งสองด้านให้เป็นรอยตัดกัน 4 เส้น วางแป้งที่เราปั้นไว้เรียงลงไปตามแนวเส้นเป็นวงกลมจนครบ 8 ลูก เอาผ้าสะอาดๆ คลุมพักแป้งอีก 15 นาที     

ต่อมา การทอด สิ่งที่สำคัญในขั้นตอนนี้ คือ น้ำมันและอุณหภูมิ ถ้าใช้น้ำมันพืชควรเลือกที่มีจุดเกิดควันสูง (ทนความร้อน) และไม่มีกลิ่น แนะนำเป็นน้ำมันข้าวโพด น้ำมันคาโนล่าหรือน้ำมันดอกคำฝอยได้ยิ่งดี เพราะน้ำมันเหล่านี้นอกจากราคาไม่แพง หาซื้อง่ายแล้วยังให้เนื้อสัมผัสของขนมที่ดี กรอบ ไม่อมน้ำมันและไม่มีกลิ่นหืน

แต่ถ้าอยากได้ความอร่อยแบบไปให้สุด! ทั้งความกรอบ ความหอมและไม่อมน้ำมันจะใช้เนยขาวทอดก็คงไม่ผิดบาปกับร่ายกายเท่าไหร่หรอกมั้ง (ฮ่าๆ ) ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ราวๆ 160-170 องศาเซลเซียส

พอเทอร์โมมิเตอร์ขึ้นเลขถึงอุณหภูมิที่ต้องการแล้ว ให้เราหย่อนแป้งโดว์ทั้งกระดาษไขลงในน้ำมัน การทอดทั้งกระดาษไขเช่นนี้เพื่อไม่ให้โดนัทหลุดออกจากกันเวลายก ในการทอดหนึ่งรอบให้ทอดประมาณ 2-3 ชิ้นก็พอ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิลดต่ำมากเกินไป ทอดจนแป้งลอยขึ้นมาจึงค่อยดึงกระดาษไขออก ทอดด้านละประมาณ 2 นาทีจนสุกพอง สีเหลืองสวยงาม ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรง 

สุดท้ายคือ การเคลือบ  สูตรนี้มีเกรซทั้งหมด 4 รสชาติคือ เลมอนไวท์ช็อก สตรอว์เบอร์รี ชาเขียวและช็อกโกแลต วิธีการทำแค่ละลายไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลตด้วยไมโครเวฟหรือหล่อน้ำร้อน ก่อนนำไปผสมกับรสชาติต่างๆ ตามใจชอบ

ตระเตรียมของครบแล้ว จึงจุ่มพอนเดอริงที่ยังอุ่นๆ ลงในเกรซให้เคลือบด้านหน้าจนหมด ยกและสะบัดเล็กน้อย หงายมือขึ้น วางพักไว้บนตะแกรงก่อนโรยหน้าตกแต่งเพิ่มความสวยงาม ใครไม่ชอบทอปปิ้งไม่ต้องโรยก็ได้เช่นกัน พักไว้จนหน้าเกรซแห้ง พอนเดอริงถ้าให้อร่อยต้องกินหลังทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้ากินไม่หมดก็สามารถเก็บใส่กล่อง แช่ตู้เย็นไว้ได้ไม่เกิน 2-3 วันหลังจากนั้นตัวแป้งจะเริ่มแห้งขึ้น (อ่านวิธีอุ่นโดนัทให้อร่อยเหมือนพึ่งซื้อมาได้ที่ อุ่นเบเกอรีอย่างไรให้อร่อยเหมือนกินที่ร้าน)  

คลิกที่นี่เพื่อดูสูตรพอนเดอริง (Pon De Ring)

ดั่งที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าพอนเดอริงนั้น จริงๆ ทำไม่ยากเลย ใช้วัตถุดิบที่หาง่าย วิธีทำสนุกเพลิน เปลี่ยนจากซื้อกินมาทำกินเองก็ดูชาเลนจ์ดีเหมือนกัน หวังว่าพอนเดอริงสูตรนี้จะเป็นทั้งความสนุกสนานและความอร่อยของทุกคนนะคะ Enjoy!! 

บทความเพิ่มเติม

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS