เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

cooking post

แคบหมู 3 แบบ พอง กรอบ ฟู ดุดันไม่เกรงใจฟัน!

Story by ณัฐณิชา ทวีมาก

เทคนิคทอดแคบหมู ทั้งหมูไร้มัน หมูติดมันและหมูกระจก

แคบ’ ในภาษาเหนือหมายถึงมันของสัตว์ที่เจียวเอาน้ำมันออก มีลักษณะพองกรอบ ส่วนชื่อเรียกแคบนั้นจะเปลี่ยนไปตามชนิดของสัตว์ที่เอาหนังมาใช้ เช่น หนังพองจากควาย แคบวัวจากวัว และแคบหมูจากหมูจริงๆ แล้วแคบหมูไม่ได้มีให้เห็นแค่ในไทยเท่านั้น แต่ยังกระจายให้เห็นอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งลาวเองจะเรียกว่า ‘เคียบหมู’ หรือทางโซนยุโรปอย่างสเปน เรียกว่า ‘pork torreznos’ เป็นต้นในไทยแคบหมูกลายเป็นของฝากยอดนิยมประจำภาคเหนือที่คนมักซื้อติดไม่ติดมือกลับมาฝากเพื่อนๆหรือญาติมิตร สามารถกินเป็นเครื่องเคียงกับอาหารได้หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก ขนมจีนก๋วยเตี๋ยว ส้มตำหรือจะกินเป็นของกินเล่นก็ได้

 

 

 

 

ความฟูกรอบและเสียงเคี้ยวกรุบกรับของแคบหมูเราว่าคงเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจพอๆ กับหมูกรอบก็คงได้ทุกคนชื่นชอบและรักในสัมผัสของแคบหมูทั้งนั้น วันนี้เราเลยมีสูตรแคบหมู 3 แบบ 3 สไตล์มาบอกกัน คนชอบกินแคบหมูต้องเลิฟ แต่ก่อนจะไปดูขั้นตอนการทำ อยากให้มารู้จักก่อนว่าแต่ละแบบนั้นต่างกันอย่างไร …

 

 

 

 

 

 

 

ความแตกต่างของแคบหมู 3 แบบ

 

 

 

 

แคบหมูติดมัน ทำจาก ‘หนังหมูติดมัน’ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหรือขนาดตามต้องการ นำไปเจียวในกระทะและทอดจนเนื้อฟูกรอบ

 

 

 

 

เนื้อสัมผัส : เนื้อฟู กรอบแข็ง เคี้ยวกรุบ

 

 

 

 

แคบหมูไร้มัน ทำจาก ‘หนังหมูล้วน’ นำมาต้มให้สุก เลาะมันที่ติดกับหนังออกจากนั้นหั่นเป็นเส้น นำไปตากแดดจนหนังหมูแห้งแข็งเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ก่อนนำมาทอดจนฟูกรอบ

 

 

 

 

เนื้อสัมผัส : เนื้อฟู กรอบร่วน เคี้ยวง่าย

 

 

 

 

หมูกระจก ทำจาก ‘หนังหมูติดมันหรือหมูสามชั้น’ นำมาต้มให้สุก สไลซ์เป็นชิ้นบางประมาณ 1-2 มม. ปรุงรสและคลุกเคล้ากับแป้งก่อนนำไปทอดจนกรอบ

 

 

 

 

เนื้อสัมผัส : เนื้อกรอบแข็ง เวลาเคี้ยวเหมือนเสียงกระจกแตก

 

 

 

 

 

 

 

แคบหมูติดมัน

 

 

 

 

วัตถุดิบ : หนังหมูติดมันแข็ง 500 กรัม + เกลือสมทุร ¼ ช้อนชา

 

 

 

 

ขั้นที่ 1 เริ่มจากล้างหนังหมูติดมันด้วยเกลือสมุทรและน้ำส้มสายชู เพื่อลดกลิ่นสาบของหมูให้หมดไปเสียก่อน ซึ่งหนังหมูที่ซื้อควรมีความหนาของมันแข็งประมาณ 1- 1.5 ซม. เมื่อล้างเสร็จแล้วให้พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

 

 

 

 

ขั้นที่ 2 หั่นหนังหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1.5 X 3 ซม. หรือขนาดตามความชอบว่าอยากให้แคบหมูออกมาชิ้นเล็กหรือใหญ่แค่ไหน

 

 

 

 

ขั้นที่ 3 เคล็ดลับที่ทำให้แคบหมูกรอบฟู ไม่แห้งแข็ง คือ การเจียวหนังหมูกับน้ำ โดยใส่น้ำลงในหมู เติมเกลือสมุทรเล็กน้อยให้พอมีรสชาติ ใช้ไฟกลางค่อนแรงในช่วงแรกเจียวหนังหมูไปเรื่อยๆ จนน้ำแห้ง จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนแล้วเจียวต่อ หมั่นคนหนังหมูบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ติดก้นกระทะ เจียวจนหนังหมูเริ่มเหลืองและบริเวณหนังเริ่มพองตัวเป็นสีขาว ปิดไฟ แช่หนังหมูไว้ในน้ำมันนาน 2-3 ชั่วโมงจนน้ำมันเย็นสนิทหรือจะแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นที่ 4 เมื่อน้ำมันเย็นสนิท ให้ตักหนังหมูที่แช่ไว้ขึ้น ตั้งกระทะน้ำมันหมูใบเดิมบนไฟกลางค่อนแรง พอน้ำมันร้อนได้ที่ค่อยใส่หนังหมูลงไปทอด เห็นได้เลยว่าแคบหมูจะพอง ฟู กรอบและสีเหลืองสวย ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

แคบหมูไร้มัน

 

 

 

 

วัตถุดิบ : หนังหมู 500 กรัม + ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนชา + เกลือสมุทร ½ ช้อนชา + ผงปรุงรสหมู ½ ช้อนชา

 

 

 

 

ขั้นที่ 1 ล้างหนังหมูล้วนด้วยเกลือสมุทรและน้ำส้มสายชู เพื่อลดกลิ่นสาบของหมูให้หมดไป นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 20 นาที จนหนังหมูสุกนุ่ม นุ่มขนาดที่ว่าสามารถเอาส้อมจิ้มลงไปได้อย่างง่ายดาย เสร็จแล้วตักขั้นพักไว้ให้คลายร้อน

 

 

 

 

ขั้นที่ 2 ใช้มีดเลาะเอามันที่ติดอยู่กับหนังออกให้หมด หั่นหนังหมูเป็นเส้นๆ หนาประมาณ 1 ซม. ส่วนความยาวขึ้นอยู่กับความชอบได้เลยว่าอยากได้ชิ้นประมาณไหน

 

 

 

 

ขั้นที่ 3 เกลี่ยหนังหมูลงกระด้งหรือภาชนะที่อากาศสามารถผ่านไปมาได้สะดวก กระจายหนังหมูให้ทั่วๆไม่ทับซ้อนกันมากนัก นำไปตากแดดประมาณ 2-3 วัน จนหนังหมูแห้งแข็งเป็นสีน้ำตาล การตากแดดจะทำให้เจลาตินที่เกิดจากการต้มเหนียวน้อยลงช่วยไม่ให้น้ำมันกระเด็นตอนทอดและยังทำให้แคบหมูฟูกรอบด้วย เรียกว่ายิ่งตากแห้งเท่าไหร่เวลาทอดก็ยิ่งฟูกรอบมากเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ : หนังหมูที่ตากจนแห้งสนิทแล้วหากยังไม่ทอด สามารถเก็บใส่ถุงถุงซิบบล็อกหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เก็บไว้ในที่แห้งและพ้นจากแสงแดด ได้นาน 1-2 เดือน

 

 

 

 

ขั้นที่ 4 วิธีการทอดแคบหมูไร้มันจะใส่หนังหมูลงไปในน้ำมันตั้งแต่ยังไม่ร้อน เรียกว่า การต้มน้ำมัน ใช้ไฟอ่อนต้มไปเรื่อย ๆ จะสังเกตเห็นเลยว่ามีฟองกาศลอยขึ้นมา นี่คือความชื้นที่เราต้องกำจัดออกนั่นเองต้มไปจนเริ่มได้ยินเสียงปุ๊ป๊ะน้ำมันเริ่มดีดตัวไปมาและหนังหมูเริ่มพองตัวทุกเส้น ปิดไฟ แช่หนังหมูไว้ในน้ำมันประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนเย็นสนิทหรือข้ามคืนก็ได้

 

 

 

 

ขั้นที่ 5 ตักหนังหมูที่แช่ไว้ขึ้น ตั้งกระทะน้ำมันใบเดิมบนไฟกลางค่อนแรง พอน้ำมันร้อนได้ที่ให้ใส่หนังหมูลงไปทอดอีกรอบ ใช้กระชอนคนเร็วๆ ให้หนังหมูโดนน้ำมันทั่ว แคบหมูจะพองฟูขึ้นมา ทอดต่อเล็กน้อยให้สีสวย ตักขึ้น พักไว้จนสะเด็ดน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

หมูกระจก

 

 

 

 

วัตถุดิบ : หนังหมูติดมันเเข็ง 500 กรัม + เกลือสมทุร ¾ ช้อนชา + น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนชา + ผงปรุงรสหมู 1 ช้อนชา + แป้งข้าวเจ้า ½ ถ้วย + น้ำ ¼ ถ้วย

 

 

 

 

ขั้นที่ 1 ล้างหนังหมูติดมันด้วยเกลือสมุทรและน้ำส้มสายชู เพื่อลดกลิ่นสาบของหมู นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 15 นาทีจนหนังหมูและมันแข็งสุก เสร็จแล้วตักขั้นพักไว้ให้คลายร้อน

 

 

 

 

ขั้นที่ 2 ใช้มีดหั่นสไลด์หนังหมูติดมันให้เป็นชิ้นบางๆ ความหนาประมาณ 2-3 มม. ยาวประมาณ 2-3 นิ้วเวลาเอาไปทอดจะได้กรอบแบบทั่วถึงชิ้นไม่หนาจนเกินไป

 

 

 

 

ขั้นที่ 3 เคล้าหนังหมูกับเกลือสมทุร น้ำตาลทราย ผงปรุงรส แป้งข้าวเจ้าและน้ำให้เข้ากันและแป้งเคลือบหนังหมูทั่วทุกชิ้น ปิดพลาสติกแร็ป พักไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นที่ 4 เมื่อครบเวลา ตั้งกระทะน้ำมันทอดบนไฟกลางค่อนอ่อน ใส่หนังหมูลงไปตั้งแต่ตอนที่น้ำมันยังไม่ร้อน รอจนน้ำมันเริ่มร้อนจึงค่อยๆ คนหนังหมูอย่างเบามือให้กระจายตัว คนและทอดไปจนหนังหมูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนและเริ่มพองตัว ตักขึ้น พักไว้บนตะแกรงให้เย็นตัวดีหรือใช้พัดลมช่วยเป่าก็จะทำให้ลดระยะเวลาลงไปได้มาก

 

 

 

 

ขั้นที่ 5 ตั้งกระทะน้ำมันใบเดิมบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อนได้ที่ ใส่หนังหมูลงทอดอีกครั้ง ทอดจนหนังหมูกรอบสีสวยดี ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

วิธีเก็บแคบหมู

 

 

 

 

แคบหมูที่ทอดแล้วควรเก็บใส่ถุงซิบบล็อกหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน5-7 วัน ส่วนใครทำเยอะอยากเก็บไว้กินนาน ๆ แนะนำให้แช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาจะสามารถเก็บไว้ได้ราวๆ 1 เดือน

Share this content

Contributor

Recommended Articles

CookingCOOKING CLASS ONLINE สอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น
COOKING CLASS ONLINE สอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น

เปิดตัวด้วยคลาสสอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มละมุน ครีมเบาละลายในปาก

 

Recommended Videos

พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2
พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2

ทำไมบางคนบอกว่าเลือกกินแต่ของดีแล้ว แต่ยังไร้พลังงาน สุขภาพยังไม่ดีขึ้น หรือคำตอบอาจเป็นเพราะอาหารที่เรากินอยู่ไม่มี ‘พลังชีวิต’? EP นี้เราเลยจะมาคุยกับคุณปริ๊นซ์ - นคร ลิมปคุปตถาวร หรือ ‘เจ้าชายผัก’ ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก ที่เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมานานกว่า 20 ปี เขาจะมาให้คำตอบเราว่า พลังชีวิตจากอาหารคืออะไร? วัดจากอะไร หาซื้อได้จากไหน? และช่วยเยียวยาบำบัดโรค.ได้อย่างไร? . โดยเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์การเรียนรู้และองค์ความรู้เรื่องพลังชีวิต ที่ได้เรียนรู้มาจากหลากหลายศาสตร์ ทั้งการแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ดั้งเดิม และการแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ทั้งเกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ เกษตรชีวพลวัต ตลอดจนศาสนปรัชญาและมนุษยปรัชญา เว็บไซต์ดู lunar calendar online: https://mooncalendar.astro-seek.com/gardening-moon-calendar-farmers-guide เพจศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก: https://www.facebook.com/veggieprincecityfarm The Liveing GIFT (สินค้ากลุ่มเกษตกร) https://www.facebook.com/groups/151384216142283 . Food is a Big Deal : รายการ Talk “เรื่องกิน…เรื่องใหญ่” โดยเชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์

 

พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2
พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2

ทำไมบางคนบอกว่าเลือกกินแต่ของดีแล้ว แต่ยังไร้พลังงาน สุขภาพยังไม่ดีขึ้น หรือคำตอบอาจเป็นเพราะอาหารที่เรากินอยู่ไม่มี ‘พลังชีวิต’? EP นี้เราเลยจะมาคุยกับคุณปริ๊นซ์ - นคร ลิมปคุปตถาวร หรือ ‘เจ้าชายผัก’ ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก ที่เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมานานกว่า 20 ปี เขาจะมาให้คำตอบเราว่า พลังชีวิตจากอาหารคืออะไร? วัดจากอะไร หาซื้อได้จากไหน? และช่วยเยียวยาบำบัดโรค.ได้อย่างไร? . โดยเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์การเรียนรู้และองค์ความรู้เรื่องพลังชีวิต ที่ได้เรียนรู้มาจากหลากหลายศาสตร์ ทั้งการแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ดั้งเดิม และการแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ทั้งเกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ เกษตรชีวพลวัต ตลอดจนศาสนปรัชญาและมนุษยปรัชญา เว็บไซต์ดู lunar calendar online: https://mooncalendar.astro-seek.com/gardening-moon-calendar-farmers-guide เพจศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก: https://www.facebook.com/veggieprincecityfarm The Liveing GIFT (สินค้ากลุ่มเกษตกร) https://www.facebook.com/groups/151384216142283 . Food is a Big Deal : รายการ Talk “เรื่องกิน…เรื่องใหญ่” โดยเชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์

 

พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2
พลังชีวิตในอาหารคืออะไร? แล้วจะวัดได้ยังไง? I Food is a Big Deal EP.2

ทำไมบางคนบอกว่าเลือกกินแต่ของดีแล้ว แต่ยังไร้พลังงาน สุขภาพยังไม่ดีขึ้น หรือคำตอบอาจเป็นเพราะอาหารที่เรากินอยู่ไม่มี ‘พลังชีวิต’? EP นี้เราเลยจะมาคุยกับคุณปริ๊นซ์ - นคร ลิมปคุปตถาวร หรือ ‘เจ้าชายผัก’ ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก ที่เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมานานกว่า 20 ปี เขาจะมาให้คำตอบเราว่า พลังชีวิตจากอาหารคืออะไร? วัดจากอะไร หาซื้อได้จากไหน? และช่วยเยียวยาบำบัดโรค.ได้อย่างไร? . โดยเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์การเรียนรู้และองค์ความรู้เรื่องพลังชีวิต ที่ได้เรียนรู้มาจากหลากหลายศาสตร์ ทั้งการแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ดั้งเดิม และการแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ทั้งเกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ เกษตรชีวพลวัต ตลอดจนศาสนปรัชญาและมนุษยปรัชญา เว็บไซต์ดู lunar calendar online: https://mooncalendar.astro-seek.com/gardening-moon-calendar-farmers-guide เพจศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก: https://www.facebook.com/veggieprincecityfarm The Liveing GIFT (สินค้ากลุ่มเกษตกร) https://www.facebook.com/groups/151384216142283 . Food is a Big Deal : รายการ Talk “เรื่องกิน…เรื่องใหญ่” โดยเชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์