เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

cooking post

ถอดรหัสลับ ‘มาการอง’

Story by ชรินรัตน์ จริงจิตร

เจาะทุกปัญหาในการทำขนมปราบเซียนอย่าง 'มาการอง' รับรองงานนี้ต่อให้ไม่เซียนก็ไม่พัง

‘มาการอง’ ถือเป็นขนมปราบเซียน เพราะเป็นขนมที่ทำยากมาก แต่ในความยากนั้นกลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนรักขนมทุกคนอยากจะลองทำดูสักครั้งในชีวิต ซึ่งบอกเลยว่าทำแค่เพียงครั้งเดียวไม่อยู่มือแน่นอน เพราะการทำขนมที่มีคำลงท้ายว่า ‘ปราบเซียน’ นั้น จะต้องทำแล้วทำอีก ทำหลายๆ ครั้งให้รู้ถึงข้อแตกต่างและข้อผิดพลาดที่จะก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นได้

 

มาการองอาจดูเหมือนเป็นขนมที่มีวัตถุดิบไม่เยอะ และขั้นตอนการทำนั้นก็ไม่ยาก แต่ในความวัตถุดิบไม่เยอะและขั้นตอนการทำไม่ยากนี่แหละที่ซ่อนแอบความลับต่างๆ เอาไว้ ถ้าเกิดว่าคนทำไม่รู้ถึงความลับนั้นแล้วละก็ รับประกันได้เลยว่าทำแล้วทิ้งมากกว่าทำแล้วกินแน่ๆ หัวใจสำคัญของการทำมาการองคือทุกกระบวนการต้องใจเย็น โดยมีอุณหภูมิและความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจ

 

 

กว่าผู้เขียนจะได้มาการองชิ้นงามสวยๆ มาถ่ายรูปให้ทุกคนได้เห็นนี้ บอกเลยว่าเจ็บมาเยอะมาก ครั้งแรกทำขาขึ้นได้สวยงามผิวเรียบเนียนแบบเอาไปอวดสามบ้านแปดบ้านกันได้ แต่พอทำครั้งที่สองที่สามที่สี่กลับอบไม่สุกบ้าง เปลือกกับขาหลุดออกจากันบ้าง ผิวไม่เรียบบ้าง สารพัดปัญหาที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความหลงระเริงว่าเห้ย! ไม่ยาก! ก็ดับสิ้นไป เหลือแต่เพียงว่าต้องหาสาเหตุและปัญหาให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรคือตัวการทำให้มาการองของเราเป็นแบบนี้ จึง ‘ถอดรหัสลับมาการอง’ ขึ้น เพื่อที่ว่าทำกี่ครั้งก็ปังทุกครั้งแน่นอน

 

ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักมาการองกันสักนิดเพื่อความเข้าใจ มาการอง (Macarons) มีรากศัพท์มาจากคำว่า Maccherone ในภาษาอิตาเลียน หรือเรียกได้ว่าเพี้ยนมาจากภาษาอิตาเลียน มีลักษณะเหมือนคุกกี้แซนด์วิช โดยตัวฝานั้นทำมาจากไข่ขาวที่ตีกับน้ำตาลให้เกิดเป็นเมอแรงก์ (Meringue) จากนั้นนำมาผสมกับอัลมอนด์ป่นและน้ำตาลไอซิ่งก่อนนำไปอบให้ตัวเปลือกเกิดการยกตัวขึ้น (หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า “ขา” ) ส่วนไส้ก็มีหลากหลายไส้ โดยจะมีไส้ที่เป็นที่นิยมอย่างไส้เลมอนบัตเตอร์ ช็อกโกแลตกานาซ บัตเตอร์ครีม แยม เป็นต้น

 

ทีนี้ก็มาเริ่มถอดรหัสลับไปพร้อมกัน…

 

 

ส่วนประกอบหลักๆ ของ “มาการองก็คือส่วนของเมอแรงก์ (ไข่ขาวและน้ำตาลทราย) น้ำตาลไอซิ่ง และอัลมอนด์ป่น ซึ่งโดยทั่วไปเมอแรงก์ที่ใช้ทำมาการองนั้นมีอยู่ 2 แบบคือ เฟรนช์เมอแรงก์ (French Meringue) และอิตาเลียนเมอแรงก์ (Italian Meringue) เฟรนช์เมอแรงก์คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลให้ตั้งยอด ก่อนนำไปผสมรวมกับอัลมอนด์ป่นและน้ำตาลไอซิ่งซึ่งสูตรนี้นั้น KRUA.COเคยทำไว้แล้ว ดูได้ที่นี่ (มาการอง)อีกแบบคือทำเมอแรงก์แบบอิตาเลียน โดยทำน้ำเชื่อมให้ได้อุณหภูมิที่ประมาณ 118 องศาเซลเซียส จากนั้นนำไปตีกับไข่ขาวเพื่อให้ได้เมอแรงก์ เมอแรงก์สองตัวนี้มีความแตกต่างกันตรงความแข็งแรงของเนื้อ ตัวอิตาเลียนนั้นจะมีความแข็งแรงมากกว่า เมื่อเราผสมสีหรือใส่กลิ่นลงไปในเนื้อก็จะค่อนข้างมั่นใจได้มากกว่าว่า โอกาสในการยุบตัวของเมอแรงก์นั้นมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อยกว่าแบบเฟรนช์

 

ขั้นตอนการทำมาการอง

 

1.ร่อนอัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งให้เข้ากันดี

 

 

2.ต้มน้ำกับน้ำตาลให้เป็นน้ำเชื่อมที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส

 

 

3.ระหว่างต้มน้ำเชื่อม พอน้ำเชื่อมอยู่ที่อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส ก็เริ่มตีไข่ขาวกับเครื่องตีเค้ก ให้ไข่ขาวเริ่มเป็นฟองละเอียด และพอน้ำเชื่อมได้อุณหภูมิที่ต้องการก็ค่อยใส่น้ำเชื่อมลงในเครื่องตีเค้กที่กำลังตีไข่ขาวอยู่

 

4.ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง

 

 

5.จากนั้นผสมไข่ขาวที่เหลือไว้กับอัลมอนด์ป่นและน้ำตาลไอซิ่งที่ร่อนในอ่างผสม

 

6.ผสมเมอแรงก์กับอัลมอนด์ป่นให้เข้ากันดี

 

7.ถ้าใครอยากใส่สีหรือกลิ่นก็ให้ใส่ในขั้นตอนนี้ได้เลย

 

8.เช็คความเหลวของเมอแรงก์ว่าได้ที่หรือยัง (โดยตักเนื้อเมอแรงก์ขึ้นมา จากนั้นเทลงในอ่างผสมถ้าเนื้อเมอแรงก์รวมตัวกันได้ดี ก็ถือว่าเนื้อเมแรงก์ที่ได้ใช้ได้แล้ว)

 

 

9.บีบเมอแรงก์ลงในถาดอบที่เตรียมไว้

 

10.พักเนื้อเนื้อเมอแรงก์ก่อนนำเข้าอบ (วิธีเช็คคือถ้าเอานิ้วแตะที่ผิวด้านบน ถ้ายังติดนิ้วขึ้นมาแสดงว่ายังไม่ได้ที่ ถ้าเนื้อไม่ติดนิ้วคือพร้อมอบแล้ว)

 

 

 

ขั้นตอนทั้ง 10 นี้นั้นเป็นขั้นตอนการทำมาการองแบบอิตาเลียนเมอแรงก์ โดยระหว่างทางของแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะได้เจออุปสรรคและสาเหตุของการทำให้เปลือกของมาการองและขาไม่ขึ้นสวยอย่างที่ควรจะเป็น

 

สาเหตุและวิธีแก้ปัญหาในการทำมาการอง

 

 

ปัญหาเหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนที่ผู้เขียนได้ประสบพบเจอ ระหว่างการทำ ซึ่งบางคนอาจเจอปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากที่เราพบก็ได้ แต่หลักๆ ที่สัมผัสได้และจะเป็นการดีกับมาการองของคุณก็คือ ไข่ขาว ที่ใช้ต้องไม่เป็นไข่ใหม่ สังเกตจากวันที่ผลิตข้างกล่อง ให้อยู่ระหว่างวันที่ 2 -3 ของวันที่ผลิต และเมื่อได้มาแล้วก็ทำตามอย่างที่ว่าในตารางคือตอกทิ้งไว้สัก 1 คืนก่อนนำมาใช้ อัลมอนด์ป่น ตากอัลมอนด์ให้คลายความชื้นในตัวออกก่อนจะนำมาใช้งาน ผู้เขียนใช้วิธีเอาออกมาเกลี่ยให้ทั่วถาดพักทิ้งไว้สัก ½ วัน ก่อนนำมาใช้งาน

 

 

ระยะเวลาในการพักมาการองและอุณหภูมิในการอบก็จะทำให้เกิดปัญหากับมาการองได้ เราจะพักเปลือกของมาการองก่อนจะนำเข้าอบสักประมาณ 40 – 50 นาที เพื่อให้มาการองเกิดการพักตัว และเมื่อนำเข้าอบ ขาของมาการองก็จะยกตัวขึ้นสวยงาม อุณหภูมิในการอบ ให้อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียสก่อนทุกครั้ง และเมื่อนำเข้าอบให้ลดอุณหภูมิของเตาลงเหลือเพียงแค่ 130 องศาเซลเซียส แล้วอบได้เลย เนื้อของมาการองที่ได้จะมีความโปร่งแต่หนึบ ใครงงว่าโปร่งแต่หนึบเป็นยังไง ก็คือเปลือกบนกับเปลือกล่างจะมีความโปร่ง ทดลองได้จากเมื่ออบเสร็จใช้นิ้วกดลงไปจะเห็นเป็นรูโปร่งตรงกลางของเปลือกด้านบนกับด้านล่าง ในขณะที่เนื้อตรงส่วนด้านล่างจะมีความหนึบๆ หน่อย แต่ไม่ถึงกับหนึบติดฟันนะ คือหนึบแบบกำลังดี นี่แหละคือความดีและความถูกต้องของมาการอง

 

 

นอกจากเรื่องของเปลือกและขาแล้ว ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มาการองของเราสวยงามก็คือไส้ ไส้ที่นำมาใช้นั้นก็มักจะใช้ช็อกโกแลต บัตเตอร์ต่างๆ หรือไม่ก็ครีมชีส เพราะไส้เหล่านี้ไม่ค่อยมีความแฉะและอยู่ตัวดีจึงเหมาะและนิยมนำมาทำเป็นไส้ของมาการอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้จัดไส้ ครีมชีสพิตาชิโอ้ ให้ลองไปทำดู โดยใช้ครีมชีส น้ำตาลไอซิ่ง และพิตาชิโอ เป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อไส้ที่ได้จะมีความเนียนนุ่มหวาน และหอมกลิ่นถั่วพิตาชิโอ เอาใจคนรักถั่วไปเต็มๆ

 

 

 

มาการองอาจจะไม่ใช่ขนมที่ทำกินได้ทุกวันแต่เชื่อเถอะว่าคนรักการทำขนมก็ต้องอยากที่จะลองทำมาการองดูสักครั้งในชีวิตว่าจะเป็นอย่างไร ต่อให้เป็นเมนูที่กล่าวขานกันว่าปราบเซียนมาแล้วนักต่อนัก แต่ถ้าตั้งใจและรู้หลักการก็สามารถทำออกมาสำเร็จได้โดยที่ไม่ต้องเป็นเซียน อย่างเช่นตัวผู้เขียนเองนี่แหละ

Share this content

Contributor

Recommended Articles

CookingCOOKING CLASS ONLINE สอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น
COOKING CLASS ONLINE สอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น

เปิดตัวด้วยคลาสสอนทำ Strawberry Shortcake สไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มละมุน ครีมเบาละลายในปาก

 

Recommended Videos

เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6
เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6

ทริปของเราเดินทางมาถึงเมือง Niseko เมืองแห่งภูเขาโยเทอิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นฟูจิแห่งฮอกไกโด น้ำแร่จากภูเขานี้แหละคือเคล็ดลับความอร่อยของอาหารในเมืองนิเซโกะ เต้าหู้สดที่ทำจากน้ำแร่ภูเขาอร่อยแบบสุดๆ นอกจากนั้นยังมีโรงงานชีสที่มีไอติมกอม็องแบร์ ที่ @bimkinlak บอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิตเลย ซึ่งอร่อยจริง อร่อยแบบตะโกน นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาฮอกเกะรมควันย่าง ขอบอกว่าเนื้อนุ่มละมุน ชุ่มฉ่ำมาก ใครไปเที่ยวฮอกไกโดต้องอย่าลืมแวะเมืองนี้เลย

 

เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6
เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6

ทริปของเราเดินทางมาถึงเมือง Niseko เมืองแห่งภูเขาโยเทอิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นฟูจิแห่งฮอกไกโด น้ำแร่จากภูเขานี้แหละคือเคล็ดลับความอร่อยของอาหารในเมืองนิเซโกะ เต้าหู้สดที่ทำจากน้ำแร่ภูเขาอร่อยแบบสุดๆ นอกจากนั้นยังมีโรงงานชีสที่มีไอติมกอม็องแบร์ ที่ @bimkinlak บอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิตเลย ซึ่งอร่อยจริง อร่อยแบบตะโกน นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาฮอกเกะรมควันย่าง ขอบอกว่าเนื้อนุ่มละมุน ชุ่มฉ่ำมาก ใครไปเที่ยวฮอกไกโดต้องอย่าลืมแวะเมืองนี้เลย

 

เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6
เที่ยวเมืองฟูจิฮอกไกโด มัดรวมของอร่อยที่สุดในชีวิตที่ Niseko | ทริปกินแหลกฮอกไกโด EP. 6

ทริปของเราเดินทางมาถึงเมือง Niseko เมืองแห่งภูเขาโยเทอิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นฟูจิแห่งฮอกไกโด น้ำแร่จากภูเขานี้แหละคือเคล็ดลับความอร่อยของอาหารในเมืองนิเซโกะ เต้าหู้สดที่ทำจากน้ำแร่ภูเขาอร่อยแบบสุดๆ นอกจากนั้นยังมีโรงงานชีสที่มีไอติมกอม็องแบร์ ที่ @bimkinlak บอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิตเลย ซึ่งอร่อยจริง อร่อยแบบตะโกน นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาฮอกเกะรมควันย่าง ขอบอกว่าเนื้อนุ่มละมุน ชุ่มฉ่ำมาก ใครไปเที่ยวฮอกไกโดต้องอย่าลืมแวะเมืองนี้เลย